UFABETWINS ขณะที่กาตาร์ 2022 ปรากฏขึ้น สหรัฐฯ ก็ดูเหมือนพวกเขาเป็นใคร

UFABETWINS ทีมที่ดีที่สุดอันดับสามของ Concacaf Gregg Berhalter ในการอุ่นเครื่องฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของทีมก่อนกาตาร์ 2022

UFABETWINS Gregg Berhalter กำลังดำเนินการระดับมาสเตอร์ในการจัดการความคาดหวังที่ลดลงเมื่อฟุตบอลโลกใกล้เข้ามา แต่ก็ใช่ว่าจะหายไปหมดตู่ทีมชาติ ชายของสหรัฐฯ เสมอ 0-0 กับซาอุดีอาระเบียในสเปนเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาในเกมสุดท้ายของพวกเขา ก่อนเปิดศึกฟุตบอลโลกกับเวลส์ในวันที่ 21 พฤศจิกายน ต่อจากเกมที่แพ้ญี่ปุ่น 2-0 ในเยอรมนีเมื่อ

วันศุกร์นี่เป็นสองการปรับจูนที่เน้นย้ำจุดอ่อนของทีมมากกว่าที่จะแก้ไข โดยเล่นในบรรยากาศสบายๆ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกระชับมิตรช่วงปรีซีซั่นมากกว่าทีมชาติที่แล้ว โปรแกรมการแข่งขันก่อนฟุตบอลโลกบริบทคือกุญแจมันเป็นซีรีส์ที่ส่งเข้านอนมากกว่าส่งไป แต่ขอยอมรับสถานการณ์แปลก ๆ เกมต่อหน้าผู้ชม 364 คน (ใช่ 364!) ในสนามที่แย่ในบ้านของ

Real Murcia ระดับสามไม่ใช่โอกาสที่ส่งเสริมการสั่นสะเทือนที่ดีตรงกันข้ามกับมิถุนายน 2014 เมื่อสหรัฐคำรามให้กับบราซิลด้วยชัยชนะ 2-1 คู่: เหนือตุรกีต่อหน้าฝูงชนขายหมด 26,672 ที่ Red Bull Arena และไนจีเรียก่อน 52,033 ใน Jacksonville สหรัฐฯ เอาชนะกานาในเกมเปิดกลุ่มที่บราซิล 9 วันหลังจากชัยชนะนั้นในฟลอริดา แต่ผู้เล่นกลุ่มนี้

กำลังมุ่งหน้ากลับไปที่สโมสรของพวกเขา บางคนต้องเผชิญกับโปรแกรมอื่นอีกเป็นโหล จนกว่ากาตาร์ 2022 จะเริ่มต้นขึ้นมันมีความเสี่ยงที่จะได้รับบาดเจ็บ แต่ US Soccer อาจทำให้เสียใจที่ไม่ได้จัดนัดกระชับมิตรอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน อย่างที่หลายประเทศได้ทำ รวมถึงเม็กซิโกและแคนาดา จากหลักฐานนี้ การซ้อมชุดสุดท้ายก่อนการแข่งขันจะเป็นประโยชน์

UFABETWINS

สมาชิกของวงดนตรีเล็ก ๆ ของแฟน ๆ สหรัฐในเกมกับซาอุดิอาระเบียถ้าสหรัฐฯ

ไม่มีฝีเท้าและความเข้มข้น พวกเขาก็ไม่มีอะไรมากหัวหน้าโค้ช Gregg Berhalter ได้ยกเลิกชื่อที่มีประสบการณ์บางส่วนเพื่อกำหนดสิ่งที่จะเป็นหนึ่งในบัญชีรายชื่อที่อายุน้อยที่สุดในกาตาร์ นั่นสะท้อนถึงการหยุดพักอย่างมีสติกับอดีตหลังจากความล้มเหลวของทหารผ่านศึกของ Bruce Arena ในการไปถึงการแข่งขันปี 2018 และความปรารถนาที่จะปลูกฝังรูปแบบการกด

แบบไดนามิกที่ Berhalter หวังว่าจะชดเชยการขาดพรสวรรค์เมื่อเทียบกับบัญชีรายชื่อฟุตบอลโลกที่ฉูดฉาดที่สุดแต่เมื่อพวกเขากำลังออกแรงและเร่งรีบ เช่นเดียวกับกรณีของญี่ปุ่นและสำหรับเกมวันอังคารบางเกม ดูเหมือนว่าพวกเขาจะดริฟต์ ไม่สามารถหาแนวทางแก้ไขอย่างรวดเร็วได้ เว้นแต่ Berhalter จะเขย่าเรื่องการเปลี่ยนตัวหรือ Christian Pulisic รับหน้าที่

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะขาดประสบการณ์ แต่ยังสะท้อนถึงการพึ่งพากองกลางเวสตัน แม็คเคนนี่ด้วยเมื่อเข้าสู่พื้นที่อันตราย เขาเป็นตัวเชื่อมที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับกองหน้าเมื่อสหรัฐฯ ทำได้ดีที่สุดระหว่างรอบคัดเลือกคอนคาแคฟ อย่างไรก็ตาม ชายคนนี้ของยูเวนตุสนั้นย่ำแย่เมื่อเทียบกับญี่ปุ่น และปานกลางต่อซาอุดิอาระเบีย ส่งผลให้สหรัฐฯ ขาดการบัญชาการในตำแหน่งกอง

กลาง สองแมตช์ที่ดุเดือดเหล่านี้ทำให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าความดื้อรั้นและความยืดหยุ่นของยูนุส มูซาห์ภายใต้แรงกดดันจะมีความสำคัญต่อประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันฟุตบอลโลก กองกลางบาเลนเซียหายไปจากแคมป์นี้เนื่องจากอาการบาดเจ็บ แต่การไม่อยู่ของเขาทำให้ชื่อเสียงของเขาเพิ่มขึ้นเท่านั้นข้อบกพร่องที่โดดเด่นยังคงมีอยู่ยิงเข้ากรอบสองนัดกับ

ซาอุดิอาระเบีย ไม่มีใครต่อต้านญี่ปุ่น ทีมที่เข้าสู่หน้าต่างระหว่างประเทศ

โดยที่ไม่มีผู้ทำประตูที่พิสูจน์แล้วจบสิ้น ไม่มีใครฉลาดไปกว่าการขาดโอกาสที่ดี หมายความว่า เฆซุส เฟอร์ไรราแห่งเอฟซี ดัลลาส ยังคงเป็นตัวเต็งในการลงเป็นตัวจริงในเกมพบเวลส์ และเขาได้บังคับผู้รักษาประตู โมฮัมเหม็ด อัล-ยามิ ให้เซฟอย่างตรงไปตรงมาหลังจากที่ลงเล่นแทนริคาร์โด้ เปปีด้วยการสัมผัสเพียงเล็กน้อย 13 ครั้ง Pepi ไม่ได้รับโอกาสที่จะแสดงให้เห็นว่าเขา

ค้นพบการให้คะแนนของเขาอีกครั้งหลังจากช่วงที่รกร้างไปเกือบหนึ่งปี มันยุติธรรมที่จะบอกว่าการแข่งขันนี้ไม่ได้ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับวัยรุ่นมากนักRicardo Pepi ลงเล่นให้กับซาอุดิอาระเบียGio Reyna หนึ่งในกองกำลังสร้างสรรค์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของทีมอย่างน่าท้อใจ ออกจากทีมหลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมงเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อนด้วยความตึงของกล้ามเนื้อ

ประวัติอาการบาดเจ็บของแข้งวัย 19 ปีหมายความว่าเขาได้รับการปฏิบัติอย่างดีที่สุดในฐานะตัวสำรองที่มีศักยภาพ แม้ว่าเขาจะมีความสามารถระดับ XI เริ่มต้นก็ตาม และพูลิซิชก็ถูกปิดเสียง ฝ่ายของ Berhalter ได้คะแนนหนึ่งครั้งในหกเกมในต่างประเทศในปีนี้ เป็นเวลากว่าหนึ่งปีแล้วที่พวกเขาชนะบนท้องถนน และพวกเขาไม่ได้ตาข่ายในหกเกมจาก 12 เกมของพวกเขาในปี

2022การต่อสู้เพื่อเป็นที่ 1 เสร็จสิ้นการครอบงำของญี่ปุ่นทำให้แมตต์ เทิร์นเนอร์มีโอกาสแสดงทักษะการหยุดยิงของเขา และคลีนชีตในเกมกับซาอุดิอาระเบียยังช่วยยกระดับกรณีสำรองของอาร์เซนอลในการออกสตาร์ทที่กาตาร์ นักเตะวัย 28 ปีรายนี้เป็นตัวเลือกแรกที่ไม่มีข้อโต้แย้งอย่างแน่นอน โดยมีแซ็ค สเตฟเฟน คู่ปรับที่จริงจังเพียงคนเดียวของเขาที่ไม่ได้อยู่ใน

UFABETWINS

แคมป์Berhalter ได้รับการคาดหวังให้มีตัวเลือกที่สามที่เป็นไปได้ Ethan Horvath และ Sean Johnson

ดำเนินการบางอย่าง แต่ Turner เล่นทุกนาทีของการแข่งขันทั้งสองนัด ด้วยสล็อตตรงกลางหลังถัดจากวอล์คเกอร์ ซิมเมอร์แมน ยังคงพร้อมสำหรับการคว้าอย่างมาก เทิร์นเนอร์ดูน่าเชื่อถืออย่างมั่นใจ ตัวตนของผู้รักษาประตูที่มีแนวโน้มจะลงเล่นในเกมพบเวลส์อาจเป็นปัญหาเดียวที่ Berhalter สามารถแก้ไขเพื่อความพึงพอใจของเขาหลังจากเกมสองเกมที่พิสูจน์แล้วว่าน่า

สับสนมากกว่าการชี้แจงความไม่แน่นอนเกิดขึ้นในประเทศกาตาร์นี่เป็นประสิทธิภาพที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับเกมญี่ปุ่นหรือไม่? เล็กน้อยใช่ แต่ซาอุดิอาระเบียเป็นทีมที่แย่กว่าญี่ปุ่น และพวกเขายังคงสร้างโอกาสที่ดีกว่าชาวอเมริกัน สำหรับสิ่งที่คุ้มค่า คู่ต่อสู้ไม่เคยผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลกBerhalter ขมวดคิ้ว แบกน้ำหนักของโลกไว้บนบ่าของเขา เดินตามเส้นสัมผัส

ราวกับแฮมเล็ตในพื้นที่ด้านเทคนิค ซึ่งแต่งกายด้วยชุด Nike สีดำทั้งหมด ราวกับเข้าร่วมพิธีรำลึกด้วยการแต่งกายแบบสปอร์ตสบายๆ แต่ยังไม่จำเป็นต้องออกประกาศข่าวร้ายสำหรับแนวโน้มของสหรัฐที่จะก้าวหน้าจากกลุ่มบี ซึ่งประกอบด้วยอังกฤษและอิหร่านนอกเหนือจากเวลส์การแสดงในสองเกมที่ผ่านมานั้นสร้างการมองในแง่ร้ายอย่างแน่นอน แต่พวกเขาก็ควรให้ความ

สำคัญกับความสมจริงด้วย พลังงานทางอารมณ์มากมายได้ทุ่มเทเพื่อกลับไปสู่การแข่งขันฟุตบอลโลกอีกครั้งหลังจากผ่านไปแปดปี โดยไม่ได้คำนึงถึงว่าทีมจะเป็นอย่างไรในกาตาร์สหรัฐอเมริกามองว่าพวกเขาคืออะไร: ประเทศที่ดีที่สุดอันดับสามของ Concacaf ขาดผู้เล่นครึ่งโหล ทีมของ Berhalter ได้แสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถยกระดับเกมของพวกเขากับคู่

แข่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขา นั่นคือเม็กซิโก ดังนั้นจึงเป็นไปได้อย่างยิ่งที่พวกเขาจะได้รับแรงบันดาลใจบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเดือนพฤศจิกายน หรือว่าพวกเขาจะได้รับโชคแต่เนิ่นๆ หรือได้รับประโยชน์จากช่วงเวลาแห่งความยิ่งใหญ่ของแต่ละบุคคลที่จะส่งความเชื่อมั่นในตนเองของพวกเขาให้ทะยานขึ้นอีกครั้ง นี่เป็นด้านที่มีแนวโน้มว่าจะบาดเจ็บได้ค่อนข้างลึก – สหรัฐฯ ประสบปัญหาหากดาวไม่กี่ดวงของพวกเขาหายไปหรือผิดปกติ

และพวกเขาจำเป็นต้องได้รับสิ่งต่าง ๆ ให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น เนื่องจากเป็นการยากที่จะจินตนาการว่าพวกเขาผ่านเข้ารอบจากกลุ่ม ถ้าพวกเขาแพ้นัดเปิดฉากกับเวลส์Berhalter กำลังดำเนินการระดับมาสเตอร์ในการจัดการความคาดหวังที่ลดลงอย่างแน่นอน หลังจากยอมรับกับนักข่าวว่าทีม “โดนญี่ปุ่นเตะ” เขากล่าวว่า “ความวิตกกังวล” และการขาดความมั่นใจส่งผลต่อการแสดงต่อซาอุดิอาระเบีย ทางเดียวจากที่นี่คือขึ้น … หรือออกไป

 

เพิ่มเติม>>>https://www.ufabetwins.com/

หน้าหลัก>>> บ้านผลบอล

UFABETWIN ย้อนรอยความผิดพลาด : ครั้งหนึ่งที่ดอร์ทมุนด์หนีตกชั้น แม้ เยอร์เกน คล็อปป์ กุมบังเหียน

ไม่มีทีมไหนในพรีเมียร์ลีกที่โชว์ฟอร์มผิดคาดมากไปกว่า ลิเวอร์พูล รองแชมป์ลีกเมื่อปีก่อนที่ออกสตาร์ทอย่างไม่น่าประทับใจด้วยการเก็บได้เพียง 2 คะแนนจาก 3 นัดแรกของฤดูกาล 2022-23

ผลงานที่ย่ำแย่ของทัพหงส์แดงในเวลานี้ชวนให้หลายคนนึกถึงสถานการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อดีตต้นสังกัดของ เยอร์เกน คล็อปป์ ในฤดูกาล 2014-15 ที่พวกเขาไม่เพียงจะเริ่มซีซั่นได้ย่ำแย่ แต่ผลงานของพวกเขายังพังหนักถึงครึ่งฤดูกาล จนทัพเสือเหลืองต้องกองอยู่อันดับสุดท้ายของตารางอย่างไม่น่าเชื่อ

จะพาคุณย้อนรอยความผิดพลาดถึงทุกปัจจัยและความโชคร้ายที่ทำให้ดอร์ทมุนด์ต้องไปหนีตกชั้น แม้จะมีกุนซืออย่าง เยอร์เกน คล็อปป์ คุมทัพ

เดินผิดทางตั้งแต่ก้าวแรก

หากจะหาสักเหตุผลที่เป็นจุดเริ่มต้นให้โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ผลงานร่วงจนเกือบเอาตัวไม่รอด “การวางแผนที่ผิดพลาด” ดูจะเป็นคำตอบที่สามารถอธิบายถึงหายนะที่เคยเกิดขึ้นกับทัพเสือเหลืองได้ดีที่สุด เพราะมีหลายสัญญาณที่แสดงถึงสถานการณ์อันย่ำแย่ที่อาจเกิดขึ้นกับดอร์ทมุนด์ในฤดูกาล 2014-15 แต่เส้นทางที่ เยอร์เกน คล็อปป์ รวมถึงผู้บริหารทีมเลือกเดินในฤดูกาลดังกล่าวกลับเป็นเส้นทางที่ผิดพลาดจนยากจะแก้ไข

ย้อนกลับไปยังฤดูกาล 2012-13 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ถือเป็นทีมฟุตบอลที่น่าจับตามากที่สุดในโลก เพราะไม่เพียงพวกเขาจะเพิ่งคว้าแชมป์บุนเดสลีกา 2 สมัยซ้อน แต่ทัพเสือเหลืองยังสร้างทีมจากการดึงนักเตะคุณภาพดีราคาถูกเข้ามาเป็นกำลังหลักของทีม ไม่ว่าจะเป็น โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี, ชินจิ คางาวะ, อิลคาย กุนโดกัน หรือ มาริโอ เกิทเซ่ ทั้งหมดเป็นนักเตะที่ย้ายเข้ามาสู่ทีมแบบฟรี ๆ หรือมีค่าตัวราว 5 ล้านยูโร

 

การรวมของดีราคาถูกเข้ามาสู่ทีมส่งผลให้ทัพเสือเหลืองก้าวขึ้นมาสู่การเป็นแถวหน้าของทีมฟุตบอลยุโรปได้อย่างรวดเร็ว แต่ความท้าทายที่พวกเขาต้องเจอคือ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยังคงเป็นทีมที่ทำฟุตบอลภายใต้การจำกัดงบประมาณและคิดถึงเรื่องความยั่งยืนเป็นหลัก ซึ่งเมื่อถึงจุดหนึ่งพวกเขาจึงหนีไม่พ้นการปล่อยตัวหลักออกจากทีมเพื่อนำเงินเข้ามาจุนเจือสโมสรแล้วเดินหน้าต่อไปกับนักเตะรายใหม่ที่จะเข้ามา

 

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เอาตัวรอดได้อย่างดีกับการเสียตัวหลักที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพวกเขาเสีย ชินจิ คางาวะ ให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ทีมยังเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2012-13 ส่วนฤดูกาล 2013-14 ที่พวกเขาเสีย มาริโอ เกิทเซ่ ให้ บาเยิร์น มิวนิค ทัพเสือเหลืองก็ยังคงจบอันดับสองของตารางบุนเดสลีกาแบบสบาย ๆ

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จึงยังคงไม่คิดมากกับการเสียตัวหลักในฤดูกาล 2014-15 เพราะเชื่อว่าพวกเขาน่าจะประคองทีมไว้ได้เหมือนสองฤดูกาลก่อน แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้บริหารทีมอาจจินตนาการไม่ถึงคือผลกระทบของการสูญเสียนักเตะไปในตลาดรอบนี้ที่ไม่อาจเทียบได้กับในกรณีของคางาวะหรือเกิทเซ่ เพราะนักเตะที่ทัพเสือเหลืองเสียออกไปจากทีมในฤดูกาลดังกล่าวคือ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี กองหน้าตัวเก่งที่เลือกจะไม่ต่อสัญญากับทีม เพื่อย้ายไปเล่นให้กับคู่ปรับร่วมลีก บาเยิร์น มิวนิค แทน

 

UFABETWIN

 

การสูญเสียกองหน้าตัวหลักของทีมให้กับคู่แข่งตัวฉกาจถือเป็นสถานการณ์ที่แย่มากพออยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้การย้ายตัวครั้งนี้แย่กว่าเดิมหลายเท่าคือ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไม่ได้ค่าตอบแทนกลับคืนมาจากการย้ายทีมครั้งนี้แม้แต่ยูโรเดียว ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นตรงนี้ถือเป็นผลลัพธ์ที่สโมสรต้องแบกรับความเสี่ยงอยู่แล้ว เพราะดอร์ทมุนด์มีโอกาสขาย เลวานดอฟสกี ให้ บาเยิร์น มิวนิค ตั้งแต่ปีก่อนหน้า แต่พวกเขาก็เลือกจะปฏิเสธโอกาสนั้น

 

เมื่อเลวานดอฟสกีย้ายออกจากทีมจริงในฤดูกาล 2014-15 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จึงไม่มีงบประมาณมากพอที่จะซื้อกองหน้าที่สามารถเข้ามาทดแทนเลวานดอฟสกีได้โดยตรง เมื่อบวกกับประวัติศาสตร์ที่แสดงให้เห็นว่าสโมสรแห่งนี้เกือบล้มละลายมาแล้วหลายครั้ง การควบคุมงบประมาณจึงต้องมาก่อนการซื้อตัวอย่างบ้าคลั่งเพื่อทดแทนผู้เล่นที่เสียไป

 

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จึงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการยอมควักเงิน 60 ล้านยูโรเพื่อซื้อนักเตะหลายรายเข้ามาเสริมภาพรวมของทีมให้แข็งแกร่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เควิน คัมเพิล, มัทธีอัส กินเทอร์, อาเดรียน รามอส, ชินจิ คางาวะ, นูริ ซาฮิน รวมถึง ชิโร่ อิมโมบิเล่ กองหน้าตัวเก่งของโตริโน่ที่เข้ามาในฐานะตัวแทนของเลวานดอฟสกีโดยตรง

การกระจายเงินก้อนใหญ่ที่เป็นการคว้าตัวผู้เล่นหลายตำแหน่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อาจดูดีบนหน้ากระดาษ แต่ในความเป็นจริงมันคือการวางแผนที่ผิดพลาดอย่างน่าเหลือเชื่อ เพราะสิ่งเดียวที่ทัพเสือเหลืองต้องการคือกองหน้าเกรดเอราคา 60 ล้านยูโรที่จะทดแทนเลวานดอฟสกีได้ทันที แต่เนื่องจากความสำเร็จในอดีตดอร์ทมุนด์จึงยังคงติดอยู่ในภาพลวงตาว่าการสร้างทีมด้วยนักเตะราคาคุ้มค่าจะสามารถพาทีมกลับมาประสบความสำเร็จได้

 

สิ่งที่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ได้มาเสริมจึงเป็นนักเตะราคาถูกหลายรายที่ไม่สามารถช่วยอะไรทีมได้เลย คัมเพิล และ กินเทอร์ ไม่เคยพิสูจน์ว่าตัวเองดีพอกับ ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค จนถูกขายให้กับทีมระดับต่ำกว่าในบุนเดสลีกา, คางาวะ และ ซาฮิน คือสองนักเตะเก่าที่ถูกซื้อกลับเข้ามาโดยไม่ได้ดูความจริงว่าทั้งสองไม่สามารถร่ายเวทมนตร์ได้เหมือนก่อนอีกแล้ว ขณะที่ รามอส และ อิมโมบิเล่ คือสองกองหน้าที่ยิงรวมกันได้เพียง 5 ประตูในบุนเดสลีกา ฤดูกาล 2014-15

แค่เพียงเท่านี้ก็คงเห็นได้ชัดแล้วว่า โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มีทีมที่แข็งแกร่งน้อยลงจากหลายฤดูกาลก่อนหน้า เพราะการวางแผนซื้อตัวของพวกเขาผิดพลาดตั้งแต่ต้นจนจบ แต่สถานการณ์ของทัพเสือเหลืองยังแย่ได้มากกว่านี้เมื่อวิกฤตนักเตะบาดเจ็บและแทคติกที่ไม่ได้ผลของคล็อปป์เริ่มออกอาการ พวกเขาจึงต้องร่วงลงไปจมอันดับสุดท้ายของตาราง และสุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้นอยู่นานหลายเดือน

เผชิญปัญหาวิกฤตนักเตะเจ็บ

ปัญหานักเตะบาดเจ็บของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในฤดูกาล 2014-15 ได้เริ่มเข้ามารุมเร้าทีมตั้งแต่การแข่งขันนัดแรกยังไม่เริ่มขึ้น ไล่ตั้งแต่ มัตส์ ฮุมเมิลส์ กองหลังตัวเก่งที่จะพลาดการแข่งขัน 4 เกมแรกของฤดูกาล, ยาคุบ บลาสซีคอฟสกี ปีกขวาตัวหลักที่เจ็บยาวนานหลายเดือน รวมถึงสองกองกลางตัวหลักอย่าง อิลคาย กุนโดกัน และ นูริ ซาฮิน ที่ไม่สามารถลงสนามช่วงต้นฤดูกาลพร้อมกันทั้งคู่

เพียงเท่านี้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก็ปราศจากกำลังหลักทั้งแดนหน้า แดนกลาง และแดนหลัง แต่สถานการณ์ของพวกเขายังแย่ได้กว่านั้น เพราะหลังจากเตะไปได้เพียงสองนัด มาร์โก รอยส์ ปีกตัวเก่งก็เกิดบาดเจ็บเพิ่มขึ้นอีกคน ทั้ง ๆ ที่เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บซึ่งทำให้เขาพลาดโอกาสคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 กับทีมชาติเยอรมันได้ไม่นาน ขณะที่ เฮนริค มคิทาร์ยาน เพลย์เมกเกอร์ตัวหลักก็ยังมีปัญหาเจ็บออด ๆ แอด ๆ อยู่ตลอด จึงทำให้แนวรุกของทีมขาดความต่อเนื่องเพราะมีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นตลอดเวลา

 

UFABETWIN

 

แผงกองกลางของดอร์ทมุนด์ยิ่งเจอปัญหาหนักกว่านั้น เพราะยังไม่ทันที่ ซาฮิน กับ กุนโดกัน จะกลับมา เซบาสเตียน เคห์ล มิดฟิลด์ประสบการณ์สูงที่เข้ามาทดแทนกลับบาดเจ็บเพิ่มไปอีกคน แถมกองกลางตัวรับที่คอยสำรองผู้เล่นตัวอื่นอย่าง โอลิเวอร์ เคิร์ช ก็เจ็บยาวไปเกือบทั้งฤดูกาล จึงทำให้ในบางแมตช์ดอร์ทมุนด์แทบจะไม่มีกองกลางที่ไว้ใจได้ลงสนามเลย

 

ด้วยเหตุนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผลงานช่วงออกสตาร์ทของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในฤดูกาลดังกล่าวจะย่ำแย่เกินทน เพราะกว่าที่ตัวรุกอย่าง ปิแอร์ เอเมอริก โอบาเมยอง, อิมโมบิเล่, คางาวะ, มคิทาร์ยาน และ รอยส์ จะได้ลงสนามพร้อมกันแบบต่อเนื่องหลายแมตช์ ทัพเสือเหลืองก็ต้องรอถึงแมตช์ที่ 8 ของบุนเดสลีกา ซึ่งขณะนั้นผลงานของทีมก็ย่ำแย่จนร่วงไปอันดับ 12 ของตาราง และยังไม่รวมความจริงที่แผงกองกลางของทีมไม่ได้มีความพร้อมแม้แต่น้อย

ปัญหานักเตะบาดเจ็บของทีมยังโจมตีดอร์ทมุนด์อย่างหนักในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง เพราะถึงแม้จะมีการควักเงินซื้อ เควิน คัมเพิล เข้ามา (ซึ่งกล่าวไปแล้วว่าไม่ได้ทดแทนได้ดีขนาดนั้น) ทีมยังต้องเสีย นูริ ซาฮิน ที่เจ็บยาวอีกรอบ และ สเวน เบนเดอร์ กับ เซบาสเตียน เคห์ล ที่เจ็บพร้อมกัน ทำให้ช่วงเวลานั้นทัพเสือเหลืองแทบจะไม่มีกองกลางตัวรับที่ใช้งานได้เลย

แต่ที่หนักยิ่งกว่าคือตำแหน่งแบ็กขวาที่ในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังเจ็บครบหมดทุกคนทั้ง เอริค ดวร์ม, ลูคัส พิสเช็ค และ เควิน โกรสคร็อยทซ์ ส่งผลให้ช่วงเกมที่ 23-26 ดอร์ทมุนด์ไม่มีแบ็กขวาอาชีพลงสนามเลย เพราะฉะนั้นแค่ประคองทีมให้ไม่ตกชั้นตามสถานการณ์ของทีมในเวลานั้นก็ถือว่าเป็นโจทย์ที่ยากมากแล้ว

 

เราจึงไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าผลงานที่ตกลงไปในฤดูกาลดังกล่าวของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เกิดขึ้นจากความโชคร้ายที่นักเตะในทีมเกิดบาดเจ็บแทบทุกตำแหน่ง แถมยังบาดเจ็บในเวลาเดียวกันเสียเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้ทีมปราศจากความต่อเนื่องตลอดทั้งฤดูกาล ซึ่งถือเป็นงานหนักของ เยอร์เกน คล็อปป์ ที่ต้องแก้ไขปัญหาตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

 

เมื่อบวกกับความจริงที่ทัพเสือเหลืองใช้งบประมาณไปจนหมดกับการซื้อตัวที่ผิดพลาด จนเสริมนักเตะเข้ามาสู่ทีมได้เพียงคนเดียวในช่วงกลางฤดูกาลจึงทำให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากเดินหน้าต่อสู้กับปัญหาไปตามเนื้อผ้า ซึ่งบางช่วงพวกเขาก็ไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ไหวจึงต้องตกไปอยู่อันดับที่ 18 ของตาราง ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2014 ถึงเดือนมกราคม ปี 2015

ฮีโร่และวายร้ายที่ชื่อคล็อปป์

แม้จะมีหลายปัจจัยที่ทำให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไม่สามารถทำผลงานที่ดีได้ในฤดูกาล 2014-15 แต่ความจริงที่ทัพเสือเหลืองต้องหล่นไปอยู่ในโซนตกชั้นนานหลายเดือนย่อมถือเป็นผลงานอันย่ำแย่ซึ่งอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ เยอร์เกน คล็อปป์ กุนซือของทีมในเวลานั้น จนนำมาสู่จุดสิ้นสุดของช่วงเวลาอันยอดเยี่ยมของเขากับดอร์ทมุนด์หลังจบฤดูกาลนี้

คำถามที่ยังอาจคาใจหลายคนคือ “คล็อปป์มีส่วนมากแค่ไหนกับผลงานอันย่ำแย่หนนั้น ?” คำตอบคือ คล็อปป์เป็นทั้งวายร้ายที่ทำให้ดอร์ทมุนด์ต้องเผชิญกับสถานการณ์เลวร้ายแบบนี้ แต่ขณะเดียวกันคล็อปป์ยังเป็นฮีโร่ของทีม เพราะเขาแทบจะเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้ทัพเสือเหลืองหนีจากโซนตกชั้นและกลับมาจบอันดับ 7 ของตารางพร้อมกับคว้าโควตาไปเล่นฟุตบอลยุโรปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

 

ความผิดพลาดที่คล็อปป์สร้างไว้ในช่วงต้นฤดูกาลคือ “ยึดมั่นกับแผนงานของตัวเองมากเกินไป” เพราะถ้าอ้างอิงจากสถิติแล้ว ดอร์ทมุนด์มีผลงานที่ยอดเยี่ยมมากในช่วงเปิดฤดูกาล นักเตะในทีมยังคงวิ่งไล่บอล 120 กิโลเมตรต่อเกมและสร้างโอกาสความเป็นไปได้ในการทำประตู หรือ xG เป็นอันดับสองของลีกรองจาก บาเยิร์น มิวนิค เท่านั้น ซึ่งเมื่อมองจากสถิติตัวเลขตรงนี้ก็เห็นได้ชัดว่านักเตะของคล็อปป์ยังคงวิ่งไล่บอลและสร้างโอกาสจบสกอร์ได้มากมายตามที่คล็อปป์คิดไว้ไม่มีผิดเช่นเดียวกับหลายฤดูกาลก่อนหน้านี้

แต่ทำไมทีมที่มีสถิติดีเป็นอันดับ 2 ในหลายด้านและควรจะจบอันดับ 2 ของตารางบุนเดสลีกาถึงหล่นไปอยู่โซนตกชั้น … นั่นเพราะความเป็นจริงที่เกิดขึ้นบนสนามสวนทางกับสถิติตัวเลขบนหน้าจออย่างสิ้นเชิง ยกตัวอย่างความพ่ายแพ้ต่อไมนซ์ 0-2 ในช่วงเดือนกันยายนที่ในเกมนั้น อาเดรียน รามอส พลาดโอกาสทองถึงสามครั้ง ซ้ำร้าย มัทธีอัส กินเทอร์ ยังสกัดบอลเข้าประตูตัวเองอีก ดังนั้นแล้วหากเทียบสกอร์ตาม xG ที่ควรจะเป็น ดอร์ทมุนด์ควรเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะในสกอร์ 3-1 แต่ผลลัพธ์จริงกลับเป็นแพ้ 0-2

กรณีตัวอย่างจากเกมกับไมนซ์แสดงให้เห็นว่า ผลงานตามที่คล็อปป์คาดหวังไว้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริงเนื่องจากนักเตะของพวกเขาไม่มีคุณภาพมากพอ แต่แทนที่จะเปลี่ยนแผนการเล่นให้เข้ากับศักยภาพของนักเตะในเวลานั้น คล็อปป์ยังคงยึดติดกับแผนเดิม ส่งผลให้ดอร์ทมุนด์นอกจากจะทำประตูไม่ได้อย่างที่ควรจะเป็นแล้ว พวกเขายังเปิดพื้นที่ในแดนหลังมากจนน่าใจหาย นำมาสู่ความพ่ายแพ้แบบไม่น่าให้อภัยหลายนัด ยกตัวอย่างเกมที่แพ้ ชาลเก้ 04 ในเดือนกันยายน 1-2 ซึ่งเกิดจากความผิดพลาดเดิม ๆ อย่างการยิงเข้าประตูตัวเอง และแนวรับที่ถูกวิจารณ์ว่าเปิดช่องว่างยิ่งกว่าทุ่งหญ้าโล่งบนเนินเขา

 

หลังจากแพ้ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต 0-2 ในเดือนพฤศจิกายน และเป็นนัดแรกที่ดอร์ทมุนด์หล่นลงไปอยู่อันดับสุดท้ายของตาราง คล็อปป์ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความเชื่อมั่นในแผนการเล่นของเขา ด้วยการบอกว่าตัวเองในปี 2014 เป็นผู้จัดการทีมที่ดีกว่าปี 2012 ที่เขาพาทีมคว้าแชมป์ลีกเสียอีก เพียงแต่ปัญหาคือความเก่งกาจของเขายังไม่แสดงออกบนตารางคะแนนเท่านั้น

คำพูดดังกล่าวของคล็อปป์สะท้อนถึงเรื่องที่ดีและแย่ที่เกิดขึ้นกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในฤดูกาลดังกล่าว โดยเรื่องแย่คือความจริงที่คล็อปป์ยังคงยึดแผนตามที่ตนคิดแม้ฟอร์มของทีมจะตรงกันข้ามจนทีมตกไปอยู่ท้ายตาราง แต่ในเรื่องดีคือเป็นเพราะความดื้อของคล็อปป์ที่ยึดมั่นกับแผนงานของตัวเองที่ทำให้ทัพเสือเหลืองกลับมาคืนชีพอีกครั้ง หลังแผน 4-2-3-1 ที่คล็อปป์เริ่มใช้ตั้งแต่ต้นฤดูกาลสามารถหาจุดลงตัวได้สำเร็จ มันนำไปสู่ผลงานอันยอดเยี่ยมที่แพ้เพียง 3 เกมจาก 15 นัดหลังสุด

 

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จึงสามารถเอาตัวรอดและยังเดินไปสู่ฟุตบอลยุโรปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ทั้งที่จมอยู่โวนตกชั้นนานนับเดือนเพราะความเชื่อมั่นในแผนการตัวเองของ เยอร์เกน คล็อปป์ สุดยอดกุนซือแห่ง ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค รายนี้ จึงได้โบกมือลากำแพงสีเหลืองด้วยน้ำตาและรอยยิ้ม เพราะฤดูกาลสุดท้ายของเขากับทีมไม่ได้จบลงด้วยความล้มเหลวเสียทีเดียว และเมื่อพิจารณาถึงวิกฤตต่าง ๆ ที่เข้ามา การจบอันดับ 7 ของตารางอาจเรียกได้ว่าเป็นความสำเร็จที่ไม่เลวของคล็อปป์

ไม่มีใครรู้ว่าคล็อปป์จะต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ในลักษณะนี้อีกหรือไม่ แต่เรื่องราวของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในฤดูกาล 2014-15 แสดงให้เห็นแล้วว่า ในวันที่ทุกอย่างผิดพลาดไปหมด กุนซือรายนี้ยังคงประคองทีมให้เอาตัวรอดไปได้ และยืนยันถึงความสามารถของเขาในระดับหนึ่ง แม้ผลลัพธ์จะไม่สวยงามตามที่แฟนบอลคาดหวังก็ตาม

UFABETWIN

UFABETWIN ยิ่งใหญ่แต่ไร้คนฟัง : “รอย คีน” กัปตันยอดเยี่ยม ผู้จัดการทีมยอดแย่

ไม่ว่าจะมีการโหวตจากแฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สักกี่ครั้ง รอย คีน ก็มักจะเป็นที่ 1 ในหัวข้อ “กัปตันทีมที่ดีที่สุดตลอดกาลของสโมสร” อยู่เสมอ

นักเตะที่ทำงานหนัก เป็นผู้นำทั้งในและนอกสนาม เปรียบเสมือนตัวแทนของผู้จัดการทีมเมื่อเสียงนกหวีดดังขึ้น ทั้งหมดนี้การันตีด้วยถ้วยรางวัลมากมายหลายรายการในยุคสมัยของเขา

อย่างไรก็ตาม ความยิ่งใหญ่ของ คีน ในฐานะยอดนักเตะ ไม่ได้มีความหมายเลยในวันที่เขาเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้จัดการทีมเอง

ความแตกต่างระหว่าง “กัปตัน” กับ “บิ๊กบอส” ในส่วนของ รอย คีน เป็นเช่นไร ?

นักรบในสนามหญ้า

สมัย รอย คีน เป็นนักเตะ เขาคือผู้เล่นที่ทุกคนกลัว .. ด้วยคาแร็คเตอร์ที่จริงจังเอาจัง ด่าเป็นด่า ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม สิ่งเหล่านี้คือเหตุผลที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ดึงตัวเขามาจาก น็อตติงแฮม ฟอเรสต์

เฟอร์กี้ คือคนที่เชื่อเสมอเรื่องปูมหลังของนักเตะ เขาเคยกล่าวในสารคดีเรื่อง ว่า หากอยากจะรู้ว่านักเตะคนนี้เป็นแบบไหน คุณย้อนกลับไปดูครอบครัวของเขา ตั้งแต่รุ่นพ่อจนถึงรุ่นปู่ เพราะฟุตบอลคือเรื่องของชีวิต พื้นเพของเราคือสิ่งสำคัญ นักฟุตบอลทุกคนมีตัวตนของตัวเอง

เนื่องจากตอนนั้น ยูไนเต็ด กำลังมาถึงยุคเปลี่ยนผ่าน นักเตะอย่าง คีน คือคนที่ตอบโจทย์กับแทคติกและวิธีการทำทีมของเขาเป็นอย่างมาก ฟุตบอลที่ใช้กองกลางแค่ 2 คน ดังนั้น คนที่จะยืนอยู่แกนกลางของสนามจะต้องเป็นนักเตะที่เล่นได้ทั้งเกมรับและเกมรุก มีความแน่นอนในการจ่ายบอล มีวิสัยทัศน์ในการอ่านเกม มีพละกำลังและความห้าวที่จะจัดการกับเกมบุกของฝั่งตรงข้าม และเป็นคนที่ทำให้ผู้เล่นอีกฝั่งต้องคิดแล้วคิดอีกหากพวกเขากำลังเลี้ยงบอลและเงยหน้าขึ้นมาเจอว่า รอย คีน กำลังขวางทางพวกเขาอยู่

“ความก้าวร้าวคือสิ่งที่ผมแสดงออกมาเสมอ ผมคิดว่าตัวเองไปทำสงคราม คุณไม่สามารถลงแข่งขันฟุตบอลที่เป็นเกมของลูกผู้ชายด้วยสภาพจิตใจที่หน่อมแน้มถ้อยทีถ้อยอาศัยได้หรอก” รอย คีน ยืนยันตัวตนของเขา

นั่นคือข้อดีของ คีน ที่ เฟอร์กี้ ยอมหลับตาข้างเดียวไม่สนใจข้อเสียของเขา ไม่ใช่ว่า คีน คือนักเตะที่สมบูรณ์แบบทุกๆด้าน เขาก็เองมีข้อเสียเรื่องการไม่เกรงใจใคร ซึ่งเรื่องนี้เพื่อนร่วมทีมสมัยที่เขาเล่นให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าคือคนที่ไม่มีใครสนิทด้วยมากนัก

แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของ เฟอร์กี้ เพราะเขาก็ต้องการให้มันเป็นไปแบบนั้นอยู่แล้ว เขาอยากให้ คีน ควบคุมรุ่นน้องและทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง คีน จะไม่ด่าคนอื่นในสิ่งที่เขาทำไม่ได้ หากเราเปรียบ คีน เป็นใครสักตำแหน่งหนึ่งในศึกสงคราม เขาคงเป็นทหารเอกที่รับแผนการโจมตีข้าศึกมาจากแม่ทัพอย่าง เฟอร์กี้ จากนั้นก็มีหน้าที่ลงไปลุยเพียงอย่างเดียวเพื่อเอาชัยชนะกลับมา

มีประโยคหนึ่งที่แฟนบอล ซันเดอร์แลนด์ พูดถึง คีน ว่า “การสร้างทีมฟุตบอลทีมหนึ่งต้องพึ่งทั้งศาสตร์และศิลป์ สำหรับ คีน เขาคือจ่าสิบเอกที่ดีที่สุด แต่ก็นั่นแหละ เขาเป็นอะไรที่ใหญ่และรับผิดชอบกว่านั้นไม่ได้หรอก”

นั่นคือบทบาทของ คีน สมัยเป็นนักเตะ แต่ในวันที่เขาแขวนสตั๊ดเมื่อปี 2006 และรับงานคุมทีม ซันเดอร์แลนด์ ครั้งแรก เขาได้พบความแตกต่างของ การเป็นผู้นำในสนาม กับ การเป็นเจ้านาย อย่างแท้จริง

ปกครองด้วยความกลัว

ในบทบาทผู้จัดการทีม คีน ยังคงเป็นคนเดิมที่ไม่ลังเลจะตะโกนใส่นักเตะ และระเบิดความโกรธออกมาแบบไม่มีการยับยั้งชั่งใจ นักเตะของ ซันเดอร์แลนด์ ในเวลานั้นพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สิ่งที่ คีน สร้างให้กับพวกเขาไม่ใช่ความเคารพ แต่มันคือความกลัวมากกว่า

เขาไม่เคยใช้จิตวิทยาในการบอกและสอนนักเตะของเขา มีแต่เรื่องของอารมณ์ล้วนๆ และนั่นทำให้เขารวมทีมไม่ติด

 

UFABETWIN

 

แดนนี่ ฮิกกิ้นบอทแธม นักเตะของ ซันเดอร์แลนด์ ในชุดดังกล่าว และเป็นหนึ่งในนักเตะที่เคยร่วมงานกับ รอย คีน สมัยที่คนหลังยังเป็นนักเตะ คือคนที่ยืนยันเรื่องนี้ แดนนี่ บอกว่า คีน ทำตัวเหมือนกับนักเตะเป็นกระโถน ทุกครั้งที่เกิดความผิดพลาด เขาจะโมโหและตะโกนใส่เหมือนกับตอนที่เขาเป็นกัปตันทีมที่ตะโกนใส่ผู้เล่นคนอื่นในสนาม

“คีน เคยบอกกับพวกเราก่อนลงสนามว่า -จำไว้นะพวกแก โดยพื้นฐานแล้วพวกแกแม่งห่วยแตกชะมัดยาก ดังนั้น เกมนี้ไม่ต้องไปหวังจะชนะเขาหรอก ออกไปสนุกกับเกมซะ พวกแกอาจจะแพ้ แต่ขอให้สนุกกับการเป็นไอ้ห่วยก็แล้วกัน-”

นักเตะของ ซันเดอร์แลนด์ คาดเดาอารมณ์ของ คีน ไม่ถูก พวกเขาเกิดความสงสัยในตัวของผู้จัดการทีมตลอดเวลา จริงอยู่ที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็เป็นคนที่ใช้ไดร์เป่าผมใส่ลูกทีม แต่ในส่วนของ คีน มันแตกต่างออกไป เขายังใหม่สำหรับเรื่องนี้ และการโมโหทุกครั้งที่เจอหน้า สร้างความรู้สึกแง่ลบให้กับลูกทีมของเขา จนกระทั่งบางคนถึงกับส่ายหัวและไม่อยากจะสนใจสิ่งที่คีนพูดเลยด้วยซ้ำ

“คุณคาดเดาอะไรกับเขาไม่ได้เลย ผมเคยจำได้ว่ามีสัปดาห์หนึ่ง เราเริ่มต้นซ้อมในวันจันทร์และมันออกมาดีมาก จากนั้นอยู่ดีๆ คีน ก็มีท่าทีไม่สบอารมณ์ สีหน้าของเขาเริ่มออก ตอนนั้นผมคิดในใจว่า -เอาแล้ว เอาแล้ว มันกำลังจะเริ่มแล้ว-” สตีเวน คัลด์เวลล์ เซ็นเตอร์แบ็กของซันเดอร์แลนด์กล่าว

“พอมีนักเตะเริ่มซ้อมหรือทำผิดพลาด เขาก็พุ่งมากรีดร้องตะโกนใส่หน้าคนๆนั้น นักเตะในทีมบางคนก็พยายามอดทนเพื่อผ่านมันไป ขณะที่บางคนก็ขวัญเสีย แต่สำหรับผู้จัดการทีมอย่าง รอย ผมพูดได้คำเดียวว่า ผมไม่เคยกล้าไว้วางใจและเชื่อใจในตัวเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว การที่คุณเป็นคนโผงผางโวยวายกับทุกเรื่อง ผมมองว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ”

“ผมยืนยันอีกครั้งว่า ผมไม่กลัวหรอกนะถ้าเขาน็อตหลุด ผมกลัวผู้จัดการทีมคนอื่นที่ผมเคยร่วมงานมากกว่าเขาด้วยซ้ำ สำหรับผม ความกลัว หมายถึง ผมกลัวที่จะทำให้พวกเขาต้องผิดหวัง แต่กับ คีน ผมไม่เคยมีความรู้สึกนั้นเลย”

มีวีรกรรมความรุนแรงและความโมโหของ คีน ในห้องแต่งตัวที่นักเตะ ซันเดอร์แลนด์ และ อิปสวิช เล่าถึงเขามากมาย ทั้งการเตะกระดานเขียนแทคติกพังเละเทะต่อหน้านักเตะ การบุกเข้าไปในห้องแต่งตัวของทีมตรงข้ามและข่มขู่โค้ชคู่แข่ง รวมถึงการสร้างบรรยากาศที่ตึงเครียดในสโมสรอีกมากมายเกินกว่าจะนับ

ครั้งเป็นนักเตะ ไม่ว่าเขาจะหยาบกร้านและเล่นงานเพื่อนร่วมทีมในสนามซ้อมและสนามแข่งขันแค่ไหน เฟอร์กี้ จะคอยดูแลให้มันไม่มากเกินไปและควบคุมได้เสมอ แต่เมื่อวันที่คีนเป็นใหญ่ที่สุด ไม่มีใครคุมเขาได้ เขาระเบิดทุกครั้งที่อยากทำ และนั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงล้มเหลว เขาพยายามปกครองคนด้วยความกลัว ไม่ใช่ความเคารพ และในฐานะหัวหน้า การปกครองลูกน้องแบบนี้แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะได้สิ่งที่ดีที่สุดที่เขาพยายามจะเรียกร้องจากลูกน้องของเขา

การบริหารคนที่ล้มเหลว

สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยในการเป็นผู้จัดการทีมคือ การบริหารคน การรู้จักพูด รู้จักทำ เข้าใจนักเตะแต่ละคนว่าพูดแบบไหน สอนอย่างไรจึงจะได้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด สมัยเป็นนักเตะ คีน ไม่จำเป็นต้องกังวลถึงเรื่องนี้ เพราะเพื่อนร่วมทีมถูกโค้ชสอนและสั่งแผนการเล่นมาอย่างดีแล้ว และหน้าที่ของเขาคือการคอยกระตุ้นให้เพื่อนร่วมทีมไม่หลุดจากมาตรฐานที่ควรจะเป็นก็เท่านั้น

แต่ในวันที่เขาเป็นผู้จัดการทีม ไม่ว่าเขาจะสอนหรือสั่งอะไรก็ยากที่ใครจะทำตามด้วยความเต็มใจ เพราะเขาไม่ได้สามารถซื้อใจนักเตะได้ตั้งแต่แรก เขาเอานิสัยและวิธีการสมัยเป็นนักเตะมาใช้ ซึ่งมันไม่ได้ผลในวันที่เขาเป็นกุนซือ

จะมีโค้ชคนไหนที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อและหัวเราะร่วนพร้อมๆกับบอกสื่อว่า นักเตะของเขาเป็นตัวตลกบ้าง? คุณคงนึกภาพไม่ออก แต่ คีน คือคนแบบนั้นแหละ คีน ทำในสิ่งสวนทางกับผู้จัดการทีมชั้นนำของโลก ณ ปัจจุบันหลายๆคนทำ นั่นคือการด่าในที่ลับและชมในที่แจ้ง

ครั้งหนึ่งเขาพูดถึง ดไวท์ ยอร์ค อดีตเพื่อนร่วมทีมที่กลายเป็นลูกทีมของเขาต่อหน้าสื่อแบบไม่ไว้หน้า เพียงเพราะเขาคิดว่า ยอร์ค ในวัย 36 ปีไม่ยอมรักษาความฟิต

 

UFABETWIN

 

“ถ้าผมรู้ว่า ดไวท์ จะทำตัวอะไรแบบนี้ ผมไม่มีทางให้สัญญาฉบับใหม่กับเขาแน่ เขาเป็นเหมือนกับตัวตลกที่ไปไหนมาไหนด้วยชื่อเสียงเก่าๆและความทะนงตัว เขาดังที่สุดในประเทศตรินิแดด มีสนามฟุตบอลที่เอาชื่อเขาไปตั้ง แต่ใครจะสนล่ะ? ในเมื่อเขาเล่น 2 เกมใน 3 วันไม่ได้อีกแล้ว และเขาคงไม่ได้เล่นให้เราไปจนจบฤดูกาลโน่นแหละ” สิ้นประโยคดังกล่าว คีน กับ ยอร์ค ก็ไม่กินเส้นกันอีกเลยแม้จะเคยประสบความสำเร็จร่วมกันอย่างยิ่งใหญ่สมัยเป็นนักเตะก็ตาม

นักเตะที่อีกคนที่พูดยืนยันถึงเรื่องประมาณนี้คือ เดเมี่ยน เดลานี่ย์ กัปตันทีมของ อิปสวิช ในสมัยที่ คีน เป็นกุนซือ ซึ่ง เดลานี่ย์ ยืนยันด้วยตัวเองว่า การบริหารจัดการคนของ คีน ย่ำแย่มาก เขาพูดและบ่นกับสื่อมากมาย แต่กลับไม่ยอมบอกกับนักเตะตรงๆว่าเขาต้องการอะไร

การเป็นนักเตะภายใต้การนำของโค้ชอย่าง รอย คีน ไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่ผู้เล่นจะพัฒนาได้ นักเตะที่ทำงานกับ คีน ส่วนใหญ่เน้นทำไปตามหน้าที่ แต่ไม่ได้มีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองทำ เขาเคยทิ้งนักเตะอย่าง แอนโธนี่ สโต๊ก และ มาร์ตัน ฟูลอป ให้ยืนงงที่ลานจอดรถในการเดินทางช่วงเกมเยือน บาร์นสลี่ย์ เพียงเพราะนักเตะ 2 คน มาถึงจุดรวมพลช้าไป 5 นาที

“การทำงานกับ คีน ลำบากมาก ทั้งๆที่เขาเลือกผมลงสนามทุกสัปดาห์ก็ตาม หลังแข่งขันจบ เขาก็เดินผ่านผมไปแล้วไม่คุยกับผมเป็นเดือน แต่ทุกครั้งที่มีเกม เขาก็ส่งผมลงเป็นตัวจริงตลอด ซึ่งนั่นก็ดี เพราะตราบใดที่ผู้จัดการทีมเลือกคุณ เท่ากับว่าคุณสำคัญกับทีม แต่ถ้าเรื่องส่วนตัว สำหรับผมกับเขา ผมปิดสวิตช์ไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น” เดเมี่ยน เดลานี่ย์ เล่าต่อ

“ผมพยายามอยู่ให้ไกลเขาที่สุดในตอนซ้อม จากนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตาซ้อมทำตามที่เขาต้องการให้จบๆไป เขาเป็นคนที่บอกก่อนซ้อมว่าต้องการอะไร และถ้าคุณพลาด รับรองได้เลยเขาด่าเปิงกลับบ้านไม่ถูกแน่ โดยเฉพาะกับผมที่เป็นกัปตันทีม ผมโดนเยอะกว่าคนอื่นๆเยอะ”

“ไม่เป็นไร ผมโตพอจะรับมือกับมันได้ และพยายามไม่ให้คำพวกนั้นมากระทบกระเทือนผม สิ่งที่หนึ่งยืนยันได้แน่นอนคือ มันไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่จะทำให้คุณดีขึ้นได้เลย 18 เดือนกับ รอย คีน คือช่วงเวลาที่โคตรจะยากลำบาก”

ด้วยอุปนิสัยส่วนตัว ทำให้ รอย คีน ไม่ค่อยมีใครกล้าเข้าหา และตัวเขาเองก็ไม่เคยมีภาพแบบ เยอร์เก้น คล็อปป์ หรือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่กอดคอนักเตะอธิบายสิ่งที่เขาต้องการให้นักเตะทำ ทำให้ไม่มีนักเตะหรือแม้กระทั่งเพื่อนร่วมงานที่พยายามจะเข้าใจว่าเขากำลังคิดและอยากได้อะไร นั่นคือการบริหารคนที่ผิดพลาดและทำให้เขาไม่เคยได้ใจจากใครจริงๆสักที

งานโค้ชคืองานที่ยากเย็นและเป็นกันไม่ได้ทุกคน คุณต้องมีพระเดชและพระคุณไปพร้อมๆกัน การจัดการสิ่งต่างๆกับคนรอบตัว รวมถึงการใส่รายละเอียดในสนาม คนที่จะรับตำแหน่งนี้จะขาดสิ่งใดไปไม่ได้เลยหากอยากจะประสบความสำเร็จ ซึ่งนั่นทำให้ คีน โดนนักเตะของเขาพูดถึงลับหลังในแง่ลบมาโดยตลอด

สิ่งเหล่านี้รวมกัน ทำให้ คีน ไม่เคยกลับไปคุมทีมในฐานะกุนซือใหญ่อีกเลยนับตั้งแต่การวางมือกับ อิปสวิช ทาวน์ ในปี 2011

UFABETWIN

UFABETWIN เมื่อกองกลางเริ่มแพงกว่ากองหน้า ตำแหน่งใหม่ที่ใช้ตัดสินเกมในโมเดิร์นฟุตบอล

ตลาดซื้อขายซัมเมอร์ 2022-23 เป็นไปอย่างเร้าใจ นักเตะอย่าง เออร์ลิง ฮาลันด์ และ ดาร์วิน นูเญซ กลายเป็น 2 กองหน้าที่เปิดหัวตลาดได้อย่างน่าตื่นเต้น

อย่างไรก็ตาม ราคาค่างวดของนักเตะระดับดาวยิงผู้การันตี 30 ประตูต่อฤดูกาลอย่าง ฮาลันด์ กลับมีราคาที่ถูกว่ากองกลางดาวรุ่งชาวฝรั่งเศสอย่าง ออเรเลียง ชูอาเมนี ที่ย้ายไป เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวรวมแอดออน 100 ล้านยูโร และคนที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พยายามไล่ล่าด้วยค่าตัวไม่แตกต่างกันอย่าง เฟรนกี เดอ ยอง

ยิ่งเวลาผ่านไป นักเตะตำแหน่งเชิงรับก็ยิ่งถูกมองเห็นแล้วเริ่มมีมูลค่ามากขึ้น และหนึ่งในหัวใจของฟุตบอลปัจจุบันคือตำแหน่งที่เกิดใหม่อย่าง

ฟุตบอลที่มีแบบแผน

ฟุตบอลก็เหมือนสิ่งต่างๆบนโลกใบนี้ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง มีวิวัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงไปข้างหน้าเสมอ

เทรนด์ของฟุตบอลที่เป็นมาโดยตลอดหากว่ากันถึงสักช่วง 10 ปีที่แล้ว เราจะได้เห็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกมักมาจากตำแหน่งที่เล่นเกมรุกแทบทั้งหมด พิจารณาจาก 10 นักเตะถูกซื้อตัวด้วยราคาแพงที่สุดในโลก ณ เวลานี้ 9 ใน 10 คนเป็นนักเตะตำแหน่งกองหน้าหรือไม่ก็กองกลางตัวรุก โดยมี ปอล ป็อกบา คนเดียวเท่านั้นที่สอดแทรกมาด้วยราคารวม 105 ล้านยูโร ในวันที่เขาย้ายจาก ยูเวนตุส มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวสถิติโลก ณ ปี 2016

ทว่าหากย้อนกลับมาในช่วง 5-6 ปีหลัง นักเตะตำแหน่งที่อยู่โหมดเกมรับกลายเป็นนักเตะที่มีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันมีนักเตะกองหลังที่แพงระดับ 50 ล้านยูโรขึ้นไปถึง 10 คน โดยมี 4 จาก 8 คนที่มีราคาระดับ 70 ล้านยูโรขึ้นไป ได้แก่ แฮร์รี แมคไกวร์, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, ลูกาส์ แอร์กน็องเดซ และ มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์ ซึ่งทุกดีลที่กล่าวมาเกิดขึ้นหลังปี 2018 หรือย้อนหลังกลับไปไม่เกิน 5 ปีทั้งสิ้น

สื่อกีฬาเจ้าดังเคยเขียนบทความที่เกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้อย่างน่าสนใจว่า เรื่องดังกล่าวคือวิวัฒนาการของฟุตบอล เนื่องจากนักเตะเกมรุกมักจะถูกมองเป็นดาวเด่นเสมอ พวกเขาสร้างความตื่นตาตื่นใจ ตัดสินเกมได้ และเรียกร้องความสนใจรวมถึงความสนุกจากแฟนๆ ตลอดจนการถ่ายทอดสด ได้ดีกว่านักเตะอย่าง กองหลัง, ผู้รักษาประตู หรือ มิดฟิลด์ตัวรับ

แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง ในวันที่รูปแบบและวิธีการเล่นฟุตบอลขยับขึ้นไปอีกก้าว แม้บทบาทพระเอกบนหน้าสื่อจะยังเป็นของผู้เล่นเกมรุกเหมือนเดิม แต่วิธีการเล่นได้เปลี่ยนไปแล้ว ทีมระดับแถวหน้าของโลกเปลี่ยนแนวคิดว่านักเตะคนเดียวจะต้องแบกทั้งทีมเอาไว้ พวกเขาเชื่อมั่นในระบบมากกว่า

การเล่นเกมรุกไม่ใช่หน้าที่ของนักเตะคนใดคนหนึ่ง เช่นเดียวกับการเล่นเกมรับที่ต้องเริ่มตั้งแต่กองหน้า ซึ่งทีมแรกๆที่ทำให้สไตล์ดังกล่าวเป็นที่รู้จักในโลกคือ บาร์เซโลน่า ในยุคของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ที่ถือกำเนิดในช่วงต้นยุค 2010s ที่พวกเขาเอานักเตะทั้งทีมขึ้นมายืนในแดนคู่ต่อสู้ ครองบอลด้วยความแน่นอน เสียบอลยาก แต่เมื่อเสียบอลเมื่อไหร่ พวกเขาจะเริ่มไล่เอาคืนทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้ต่อบอลมาถึงแดนของตัวเอง

UFABETWIN

 

วิธีการแบบ บาร์เซโลน่า เห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ ผ่านมา 5 ปี 10 ปี จนกระทั่งมาถึงปัจจุบัน เมื่อยอดทีมของโลกต่างพยายามเล่นวิธีรับตั้งแต่แดนบนกันทั้งนั้น บาเยิร์น มิวนิค ของ ฮันซี่ ฟลิค, ลิเวอร์พูล ของ เยอร์เกน คล็อปป์, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา คือรายชื่อทีมที่ยึดมั่นในวิธีการที่เป็นเหมือนกับลายเซ็นของพวกเขา

ณ จุดนี้ ไม่ได้หมายความว่าฟุตบอลที่ตั้งรับในแดนหรือเน้นการสวนกลับไม่ใช่ทีมที่จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ “ส่วนใหญ่” ของทีมที่ไปถึงตำแหน่งแชมป์ลีกหรือแชมป์ยุโรป พวกเขายึดมั่นในวิถีของเกมรุกและโมเดิร์นฟุตบอลดังที่กล่าวมา

ดังนั้น เมื่อคุณใช้ผู้เล่นทั้งทีมยกเว้นผู้รักษาประตูขึ้นไปยืนในแดนคู่ต่อสู้ คุณจำเป็นต้องมีผู้เล่นเกมรับที่ไม่ได้เก่งแค่เกมรับเหมือนในอดีตอีกแล้ว การเข้าปะทะหนักหน่วง โหม่งบอลเก่งๆ เล่นเป็นตัวเตะตัวหวดคู่แข่ง ไม่เพียงพออีกต่อไป

นักเตะเกมรับจะต้องมีทักษะการครองบอลที่ใช้ได้ในระดับหนึ่ง สามารถผ่านบอลได้ดี มีทักษะการเล่นเป็นทีม และเข้าใจเกมในระดับที่ทำได้โดยอัตโนมัติ คุณสมบัติเหล่านี้คือสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาสำหรับผู้เล่นเชิงรับในฟุตบอลสมัยใหม่ และเมื่อคุณภาพของนักเตะเหล่านี้เพิ่มขึ้น พวกเขาก็มีความสำคัญต่อเกมมากขึ้น ราคาของพวกเขาจึงขยับสูงขึ้น เรียกว่าเป็นไปตามหลักเศรษฐศาสตร์ในเชิง เพราะผู้เล่นที่ใกล้เคียงกับคำว่าสมบูรณ์แบบมีไม่มาก ถ้าอยากได้ก็ต้องจ่ายสูงกันหน่อย ดังคำที่ว่า “เกมรุกที่ดีจะทำให้คุณชนะ แต่เกมรับที่ดีจะทำให้คุณเป็นแชมป์”

เช่นเดียวกัน เมื่อเทรนด์ฟุตบอลเปลี่ยนไป ตำแหน่งของนักฟุตบอลก็มีวิธีเล่นที่แปลกไปจากเดิมดังที่กล่าวไปข้างต้น ทว่าบางตำแหน่งนั้นแทบจะหาไม่เจอในฟุตบอลปัจจุบันแล้ว อาทิ กองกลางตัวรับประเภทฮาร์ดแมน หรือ เพลย์เมกเกอร์ “เบอร์ 10” ธรรมชาติ ซึ่งจากข้อสังเกตนี้คุณจะพบว่า นักเตะทั้ง 2 ตำแหน่งที่กล่าวมาเป็นนักเตะประเภทที่ไปสุดแค่ทางเดียว กล่าวคือมีหน้าที่เกมรับเกิน 90% หรือมีหน้าที่เล่นเกมรุกเกิน 90% ของเกม

และเมื่อทั้ง 2 ตำแหน่งเป็นผู้เล่นตำแหน่งแดนกลางที่หายไป นักเตะกองกลางแบบใหม่จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมา นักเตะประเภทนี้มีศัพย์เฉพาะเรียกว่า  ซึ่งแปลตรงตัวว่า “ศาสตราจารย์ในทางดนตรี” เปรียบได้กับผู้ควบคุมจังหวะการเล่นของทั้งทีม ว่าง่ายๆ นักเตะในตำแหน่งที่เกิดใหม่นี้คือกระดูกสันหลังของฟุตบอลยุคใหม่เลยก็ว่าได้

 

คือการผสมกันระหว่างมิดฟิลด์ตัวรับกับมิดฟิลด์ตัวทำเกมในเวลาเดียวกัน พวกเขายืนอยู่หน้ากองหลังของตัวเอง พวกเขาเป็นผู้เริ่มแจกจ่ายบอลไปยังตำแหน่งต่างๆในเกมรุก และในขณะเดียวกัน พวกเขายังต้องช่วยไล่และแย่งบอลในเวลาที่ฝั่งตรงข้ามมีบอลอยู่กับเท้าด้วย

“ผู้เล่นในแบบของ มีหน้าที่สำคัญมาก พวกเขาแทบจะได้บอลมากที่สุดในทีม ฟุตบอลที่ออกจากเท้าของพวกเขาก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะมันมีความเสี่ยงมากที่จะเสียบอลให้คู่ต่อสู้ และในทางตรงกันข้าม มันเปลี่ยนรับให้เป็นรุกได้ในทันที” แอนดรูว์ เมอร์เรย์ นักเขียนอิสระเขียนในบทความของนิตยสาร

UFABETWIN

“ผู้เล่นพวกนี้จะมีเวลาเพียงแค่อึดใจเดียวเท่านั้นเมื่อพวกเขาได้บอล ในเสี้ยววินาทีนั้น พวกเขาจะต้องเปลี่ยนสถานการณ์ที่คับขันให้กลายเป็นสถานการณ์ที่ได้เปรียบให้กับทีม ทักษะเหล่านี้คือสิ่งที่ทำได้ยากยิ่ง พวกเขาต้องเคลื่อนไหวอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อเปลี่ยนจังหวะการเล่นให้กับทีมให้ได้ พวกเขาเหล่านี้อ่านสถานการณ์ทั้งการยืนตำแหน่งของทีมตัวเองและอ่านสถานการณ์ของเกมไปพร้อมๆกัน”

แค่คุณได้อ่านข้างต้นก็คงนึกออกบ้างแล้วว่าผู้เริ่มเทรนด์นี้ให้กับโลกฟุตบอลแบบเห็นภาพชัดๆมีอยู่ 2 คน คนแรกคือ อันเดรีย ปีร์โล และอีกคนคือ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ มิดฟิลด์ทีมชาติอิตาลีและสเปนตามลำดับ ทั้ง 2 มีคุณสมบัติครบเครื่อง เหมาะกับการเป็นต้นแบบที่ทำให้ทุกคนเห็นภาพได้ดีที่สุด โดย บุสเก็ตส์ นั้นเคยให้สัมภาษณ์ถึงตำแหน่งดังกล่าวว่า

“หน้าที่ของผมนั้นมีความเข้มข้น คุณต้องคิดคำนวณเยอะและรวดเร็ว ซึ่งต้องใช้เซนส์ด้านฟุตบอลและสมาธิอย่างแท้จริง ส่วนหนึ่งของบทบาทผมคือการรับส่งระหว่างแนวรับและแนวรุกเพื่อให้แน่ใจว่าลูกบอลไหลเดินทางไปได้ดีและรวดเร็ว”

“บ่อยครั้งที่คุณเป็นตัวกลางระหว่างแบ็กโฟร์กับมิดฟิลด์ ดังนั้น คุณก็ต้องเล่นเกมรับด้วย ผมพยายามประกบตัวและเพรสซิงไปในคราวเดียว เพื่อจะได้แยกกองหน้าของฝ่ายตรงข้ามออกจากกองกลางของพวกเขา ตำแหน่งนี้ต้องเสียสละตัวเองอย่างมากเพื่อผลสำเร็จของการแข่งขัน”

กระดูกสันหลังของความสำเร็จ

จากที่นักวิจารณ์และตัวนักเตะอธิบายถึงตำแหน่ง เราจะได้เห็นว่าพวกเขาต้องมีคุณสมบัติต่างๆมากมายรวมไว้ในคนๆเดียว และเราจะเห็นได้ว่า ทีมไหนที่มี Maestro ดีๆ ทีมนั้นก็มักจะมีถ้วยรางวัลเป็นเครื่องยืนยันว่า กระดูกสันหลังของทีมตำแหน่งนี้ แม้จะเป็นตำแหน่งที่เกิดใหม่ แต่ก็สำคัญกับทีมอย่างที่สุดไม่แพ้ตำแหน่งอื่นๆ

ยิ่งฟุตบอลยุคปัจจุบันที่วัดกันด้วยความเฉลียวฉลาด วิสัยทัศน์ และการทำงานหนักของกองกลาง คุณจะยิ่งได้เห็นนักเตะประเภทนี้มากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะมีสไตล์ที่อาจจะแตกต่างกันไปบ้าง แต่นักเตะเหล่านี้ล้วนมีหน้าที่หลักคล้ายๆกัน นั่นคือ ควบคุมจังหวะเกมให้ทีมได้เปรียบในทุกๆครั้งที่พวกเขาไล่บอล

ยุคใหม่ๆที่เห็นภาพได้ชัดมากอีกคนคือ โรดรี้ นักเตะชาวสเปนของ แมนฯ ซิตี้ ที่เป็นมิดฟิลด์เชิงรับคนเดียวในแผงแดนกลางของทีมแต่กลับเอาอยู่สบายๆ แมนฯ ซิตี้ ครองบอลต่อเกมระดับมากกว่า 60-70% เป็นประจำ ซึ่งเรื่องนี้ เคยเขียนบทความอธิบายความสำคัญของ โรดรี้ ในทีม แมนฯ ซิตี้ ว่า นี่คือนักเตะที่สำคัญระดับเดียวกับที่ เควิน เดอ บรอยน์ “เอซ” ของทีมเป็นเลยทีเดียว

“ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกวิ่งใส่กันอย่างดุเดือด แต่คุณดู โรดรี้ ทำสิ เขาหาตำแหน่งที่ดีให้ตัวเองได้เสมอ เวลาที่เขาได้บอลมันดูเหมือนกับเขามีเวลาเหลือเฟือให้เขาเลือกว่าจะทำอะไร” แกรี เนวิลล์ ที่เป็นกูรูของสกาย เริ่มอธิบายการเล่นของ โรดรี้

ขณะที่ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ก็ให้คำจำกัดความมิดฟิลด์ในแบบ กับฟุตบอลยุคปัจจุบันว่า “มิดฟิลด์ตัวรับไม่จำเป็นต้องวิ่งไล่ล่าบอลทั้งเกมหรอกถ้าคุณปักอยู่ตรงนั้นแล้ว ผมขอเปรียบเหมือนกับการนั่งบนรถยนต์คันหนึ่ง พวกเขาเหมือนคนที่นั่งเบาะหลัง แต่พวกเขาก็สามารถชนรถคันอื่นได้โดยอาศัยคนขับ (เปรียบเทียบกับนักเตะเกมรุกที่ต้องช่วยเล่นเกมรับ)”

เมื่อทุกคนพร้อมใจกันเล่นเกมรับ จะได้ใช้สิ่งที่พวกเขาถนัดที่สุดเมื่อบอลมาถึงเท้า นั่นคือ การใช้มุมมอง เซนส์บอล และการจ่ายบอลแจกจ่ายบอลไปทั่วสนาม พวกเขาจะทำให้ทีมกดคู่ต่อสู้แบบโงหัวไม่ขึ้น นี่คือสิ่งที่ทำให้ฟุตบอลสมัยใหม่ต้องการนักเตะประเภทนี้เป็นอย่างยิ่ง

ดังนั้น เราจะย้อนกลับมาที่ตลาดซื้อขาย ณ ปัจจุบัน ออเรเลียง ชูอาเมนี นักเตะที่เล่นในตำแหน่ง “เบอร์ 6” ในวัยแค่ 21 ปี มีราคา 100 ล้านยูโร, เฟรนกี เดอ ยอง ที่มีข่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็อาจจะได้ย้ายทีมเป็นหนที่ 2 ติดต่อกันด้วยค่าตัวระดับ 80 ล้านยูโรเป็นอย่างน้อย

เพราะฟุตบอลคือกีฬาที่ต้องอาศัยการเอ็นเตอร์เทนคนดูไปพร้อมๆกับความสำเร็จด้านผลการแข่งขัน หากคุณอยากจะบุกไปข้างหน้า คุณต้องมีคนที่สามารถทำให้คุณแน่ใจได้ว่าจะเอาบอลไปให้ทีมเล่นเกมบุกได้ตลอดทั้งเกม กองกลางคนที่สามารถแยกกองหน้าฝั่งตรงข้ามออกจากกองกลางได้

เห็นได้ชัดว่าความสำคัญของกองกลางประเภทนี้กำลังถูกมองเห็นมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่แปลกอะไรที่นักเตะในตำแหน่งแดนกลางกำลังมีราคาที่สูงขึ้น และนักเตะในตำแหน่งนี้เริ่มออกจากร่มเงาของตัวรุกพร้อมได้รับคำชมเป็นของตัวเอง

หากอยากจะเป็นยอดทีม คำถามแรกที่ทุกสโมสรต้องถามคือ “คุณสามารถเอาชนะในแดนกลางได้หรือยัง?”

UFABETWIN

UFABETWINS กุญแจสำคัญสู่ความเป็นสุดยอดผู้นำของ ชาบี

ชาบี เอร์นานเดซ คือผู้นำในโปรเจคต์ที่ยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยความคาดหวังของ บาร์เซโลนิสต้าทั่วโลก อะไรคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้งานชิ้นสำคัญนี้ประสบผลสำเร็จ ?

ชาบี เอร์นานเดซ คัมแบ็กสู่ คัมป์ นู ภายใต้ภารกิจสร้าง บาร์เซโลน่า ขึ้นอีกครั้ง ทีมที่เวลานี้เหมือนล่องลอยอย่างไรจุดหมาย หลังประสบปัญหาด้านการเงิน และผลงานในสนามครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปี อันเกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาด

ชาบี มีแต้มต่อตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน เขาได้รับการยอมรับจาก บาร์เซโลนิสโม่ ในทันที ทุกคนเชื่อว่าเขาคือ el salvador พระผู้ไถ่ ผู้เข้ามาช่วยชีวิต และพาทีมกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่

โจน ลาปอร์ต้า มอบอำนาจเต็มให้กับ ชาบี เพื่อทำให้ทีมเดินหน้าสู่ขบวนการฟื้นฟู โดย ชาบี รับบทผู้นำทีมเต็มตัว ซึ่งทุกคนเชื่อว่ามันคือฐานสู่ความสำเร็จของ บาร์เซโลน่า ยุคใหม่

โอริโอล เมร์กาเด้ นักจิตวิทยาการกีฬาชื่อดังชาวบาร์เซโลน่าผู้ออกหนังสือ ‘Entrenador lider’ (เทรนเนอร์ผู้นำ) ออกมาพูดถึง ‘ส่วนประกอบหลัก’ ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ ชาบี กลายเป็นผู้นำในแบบที่ บาร์เซโลน่า มองหา

ความเป็นผู้นำนี้ เมร์กาเด้ ชี้ว่าจะต้องสร้างความประทับใจและน่าเชื่อถือให้กับทีมตั้งแต่วันแรกที่ทำงาน เพราะผู้นำที่แท้จริงนั้น “ไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่ต้องสร้างขึ้น”

แค่ชื่อเสียงไม่เพียงพอ 

ความเป็น ชาบี หนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกและในประวัติศาสตร์ลูกหนังสเปนซึ่งคว้าแชมป์มาแล้วทุกรายการกับ บาร์เซโลน่า ไม่ได้ทำให้เขากลายเป็นผู้นำทีมโดยอัตโนมัติ

ความเป็นผู้นำขึ้นอยู่กับการรับรู้ที่ผู้เล่นมีต่อโค้ช ไม่ใช่เงื่อนไขที่กำหนดโดยบทบาทที่ได้รับหรือความสำเร็จในฐานะนักฟุตบอล แต่เป็นอำนาจที่ได้มาจากการยอมรับในความสามารถ และการกระทำ

ถ้าหากแค่การเป็น ชาบี ก็เพียงพอ เช่นนั้นทีมชาติอาร์เจนติน่าในยุคที่ ดีเอโก้ มาราโดน่า เป็นเทรนเนอร์ก็คงคว้าแชมป์โลกไปแล้ว แต่เราก็เห็นว่าผลไม่ได้ออกมาแบบนั้น

การจะประสบความสำเร็จในโปรเจคต์ที่ยากลำบาก ชาบี จะต้องช่วยผู้เล่นรับแบกความรับผิดชอบ,ให้แต่ละคนคิดให้ออกว่าต้องทำอะไร และเร่งการเรียนรู้ในทุกระดับมุ่งสู่ปรัชญาแห่งความเป็นเลิศที่หายไปจากคัมป์ นู มาหลายปี”

ไม้นวม-ไม้แข็ง

ผู้นำนั้นมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งตลอดเส้นทางอาชีพอันยาวนานของ ชาบี นั้นพบเจอกับผู้นำมาทุกรูปแบบ ทั้ง ฟาน กัล,ไรจ์การ์ด,เป๊บ กวาร์ดิโอล่า,ตาต้า มาร์ตีโน่,ตีโต้ บีลาโนบา,เอ็นรีเก้,อาราโกเนส,บิเซนเต้ เดล บอสเก้ ฯ ซึ่งทุกคนมีหน้าที่ต้องดึงส่วนที่ดีที่สุดออกมา

การเป็นผู้นำนั้นไม่มีรูปแบบตายตัว เทรนเนอร์ที่มีประสิทธิภาพจะต้องเป็นคนที่สามารถปรับตัวเข้ากับพื้นฐานของนักเตะของเขา และข้อกำหนดของสถานการณ์ได้

ชาบี พบเจอกับบรรยากาศภายในห้องแต่งตัวหลากหลายรูปแบบในสมัยค้าแข้งซึ่งฝึกความเป็นผู้นำให้กับเขา

ในยุคของ ฟาน กัล ซึ่งเต็มไปด้วยการใช้อำนาจและกฏเกณฑ์ นั้น ชาบี พูดถึงกุนซือดัตช์ว่า “เขาขาดความฉลาดทางอารมณ์” (Emotional Quotient : EQ)

นอกจากนั้นแล้ว ชาบี ยังมีประสบการณ์ทำงานกับเทรนเนอร์บางคนที่มีบารมีไม่สูงนัก ส่งผลให้ความเป็นผู้นำไม่โดดเด่น ซึ่งส่วนนึงมาจากอิทธิพลของนักเตะในทีมที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงมาก่อนหน้า

ยุคของ ตาต้า มาร์ตีโน่ ทุกอย่างพังไม่เป็นท่า หนึ่งในสาเหตุมาจากการที่เขาพยายามปรับวิธีการเล่นที่ประสบความอย่างสูงในยุคของ เป๊บ และ ตีโต้ แต่นักเตะไม่เปิดใจ

มาร์ตีโน่ ต้องการให้ บาร์ซ่า ลดเปอร์เซนต์การครองบอลลง เพิ่มสปีดการเล่นจากแดนหลังถึงพื้นที่สุด

ให้เร็วขึ้น ไม่จำเป็นต้องต่อบอลมากมายอย่างที่ ตีโต้ หรือ เป๊บ เน้นย้ำ

เขาเชื่อว่าความเร็วจะทำให้ บาร์เซโลน่า จะสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ทั้งเล็งเห็นว่าทีมมีทรัพยากรที่เหมาะสมอย่าง ลิโอเนล เมสซี่,เนย์มาร์,อเล็กซิส ซานเชซ และ เปโดร โรดริเกซ แต่ปัญหาคือเขาทำให้นักเตะเปิดใจยอมรับวิธีการนี้ไม่ได้

มาถึงยุคของ ชาบี ที่กองหน้าตัวข้างทำผลงานย่ำแย่ แม้เขาจะมีบารมีสูง แต่จะใช้ไม้แข็งทุกครั้งไม่ได้ บางครั้งก็ต้องยอมยืดหยุ่น ปรับให้เข้ากับสถานการณ์เพื่อหาจุดสมดุลของทีมชุดปัจจุบัน แม้ไม่ได้เป้นอย่างที่ใจต้องการ

การพยายามเรียกร้องความทุ่มเทจากนักเตะจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง นอกจากนั้นแล้วความเป็นผู้นำของ ชาบี จะต้องเป็นประชาธิปไตย รับฟังความคิดเห็นของนักเตะ โน้มน้าวใจนักเตะให้เข้าร่วมกับโปรเจคต์ของตัวเองให้ได้ ให้พวกเขารู้สึกถึงความรับผิดชอบต่อการเปลี่ยนแปลง

เมื่อใดก็ตามที่นัดเตะเติบโตขึ้น ,พร้อมทำตามข้อเรียกร้อง ชาบี ก็จะสามารถปรับเปลี่ยนวิธีการเล่นไปตามรูปแบบที่ต้องการได้ตามใจชอบ

คุณค่าของกฏระเบียบ

หนึ่งในสิ่งแรกๆที่ ชาบี ลงมือทำคือการวางกฏระเบียบให้กับนักเตะในทีมปฏิบัติตาม เป็นการกู้คืนวินัยที่หย่อนยานในช่วงหลายปีหลังกลับมา

เมื่อเราทำการวิเคราะห์ทีมที่มีความเป็นปึกแผ่น ยืนระยะในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง เราจะพบว่าพวกเขาเหล่านั้นมีระบบบูรณาการของกฏภายในสโมสร

ยิ่งระดับสูงเท่าใด ก็จะยิ่งต้องปฏิบัติตามกฏเกณฑ์อย่างเคร่งครัดมากขึ้นเท่านั้น นักเตะโดยส่วนใหญ่ต้องได้รับแนวทาง ‘จากบนลงล่าง’

กล่าวคือรับคำสั่งและนำมาปฏิบัติ มีไม่มากนักที่ปฏิบัติตัวเคร่งครัดในระเบียบวินัยด้วยตัวเอง โดยปราศจากคำสั่งหรือต้นแบบจากผู้นำ ดังนั้นผู้นำ หรือเทรนเนอร์จะต้องเป็นคนออกคำสั่ง และเรียกร้องให้นักเตะปฏิบัติตาม

ความเท่าเทียมเกิดขึ้นได้จากตัวผู้นำ เช่นการที่ ชาบี ออกกฏว่าใครที่ซ้อมได้ดีจะได้โอกาสลงเล่น ส่วนใครที่ซ้อมไม่ดี จะนั่งบนม้านั่งสำรอง หรือถูกตัดชื่อออกจากทีมนั้นเป็นกฏที่สมบูรณ์แบบ เพราทำให้นักเตะทุกคนในทีมมองเห็นโอกาส และผลักดันให้รีดศักยภาพของตัวเองออกเพื่อคว้าโอกาส ที่เทรนเนอร์พร้อมมอบให้อย่างยุติธรรม

มุมมองต่ออนาคต

การยึดถือความเป็นจริงในแผนการทำงานเพื่อโปรเจคต์ในอนาคตนับเป็นกุญแจสำคัญ และเพื่อการนี้จำเป็นต้องแยกความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ควบคุมได้กับสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุม

“ที่นี่ผลเสมอและความพ่ายแพ้ไม่มีความหมาย,พวกเราคือ บาร์ซ่า”

“ผมไม่สัญญาเรื่องถ้วยแชมป์ มีเพียงแค่ความพยายามและความทุ่มเท”

ข้างต้นนั้นเป็นคำพูดของ ชาบี และของ เป๊บ กวาร์ดิโอล่า ในวันแถลงข่าวเข้ารับตำแหน่ง

ตรงส่วนนี้ โอริโอล เมร์กาเด้ มองว่า คำพูดของ ชาบี (ที่นี่ผลเสมอและความพ่ายแพ้ไม่มีความหมาย,พวกเราคือ บาร์ซ่า) มีความผิดพลาดเล็กน้อยตรงที่เขาให้ค่ากับสิ่งที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเองเพียงอย่างเดียว

เมร์กาเด้ มองว่า ชาบี ควรตั้งเป้าหมายด้านประสิทธิภาพ,ทัศนคติและโครงสร้างทีมก่อนเรื่องผลการแข่งขัน ไม่ควรสัญญาอะไรในสิ่งที่ยังทำไม่สำเร็จ

ชาบี สามารถพูดถึงคุณค่าความเป็นนักเตะบาร์เซโลน่า ที่ไม่สามารถต่อรองได้ เช่นความพยายาม,ความอ่อนน้อมถ่อมตน,ความอดทน,การพัฒนาตัวเอง เพื่อชี้ให้เห็นว่าใครก็ตามที่ไม่ร่วมแบ่งปันคุณค่านี้ก็ไม่สามารถอยู่ร่วมในโปรเจคต์ของเขาได้

บทบาทของนักเตะแต่ละคน

ในขณะที่ทีมกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนถ่าย ซึ่งบทบาทของนักเตะแต่ละคนไม่ชัดเจน เนื่องจากภายในทีมยังมีความไม่แน่นอนเนื่องจากความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการจากไปของนักเตะคนสำคัญอย่าง ลิโอเนล เมสซี่

ในสถานการณ์นี้ความเป็นผู้นำไม่ได้เป็นสิ่งเดียวหรือสิ่งสำคัญที่สุด แต่ ชาบี จะต้องแจกจ่ายฟังชั่นก์การทำงานให้กับนักเตะในทีม เหมือนเช่นที่ เป๊บ เคยท

สมาชิกแต่ละคนจะต้องเป็นผู้นำในบางแง่มุม เช่นความพยายามไม่มีการต่อการรอง ก็จะเห็นได้ชัดเจนจากมาตราฐานของ การ์เลส ปูโญล, ระบบการเล่น ก็จะยึดถือได้จากตัว ชาบี เอง,ผู้นำที่ห้าวหาญก็ชัดเจนว่าให้มองไปที่ ปีเก้, ความอ่อนน้อมถ่อนตน ความนิ่งสงบให้ดู อิเนียสต้า เป็นตัวอย่าง หรือผู้ชี้ขาดในเกมการเล่นก็ต้องเป็น ลิโอเนล เมสซี่

นี่คือผู้นำในแต่ละบทบาทที่ ชาบี จะต้องมองหาและมอบหมายให้กับนักเตะชุดปัจจุบัน ซึ่งการนำเอา ดาเนี่ยล อัลเวส กลับมา บ่งบอกชัดเจนว่า ชาบี ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก

อย่างไรก็ตาม หาใช่แค่ผู้นำแต่ละบทบาทเท่านั้น แต่ปลีกย่อยลงไป นักเตะคนอื่นๆก็สมควรมีบทบาทในทีมเช่นกัน

ยกตัวอย่างเช่นที่ เป๊บ กล่าวยกย่อง เซย์ดู เกอิต้า ที่เป็นตัวสำรองในเกมนัดชิง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ปี 2009 ว่ามีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือทีมยามขาดแคลน

“เขาเป็นคนสำคัญมากสำหรับทีม และถ้าหากจำเป็น ผมจะส่งเขาลงเล่นในตำแหน่งแบ็ก” ซึ่งวันนั้น เป๊บ เปลี่ยน เกอิต้า ลงมาเล่นแทน เธียร์รี่ อองรี ในนาทีที่ 72

จากกลุ่มสู่ความเป็นทีม

สิ่งที่ บาร์เซโลน่า ขาดหายไปในช่วงหลายปีหลังก็คือสปิริตความเป็นทีม หลายปีที่ผ่านมาทีมคุ้นเคยกับการที่ เมสซี่ เป็นคนตัดสินใจทุกอย่าง ทำให้ในแง่ความเป็นทีมนั้นลดความแข็งแกร่งลง นั่นคือสิ่งที่ ชาบี จะต้องกู้คืน

อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ เคยกล่าวไว้ว่า “ไม่มีผู้เล่นคนไหนจะดีได้มากเท่ากับทุกคนรวมกันเป็นหนึ่งเดียว”

ที่ผ่านมาเรามักเห็นนักเตะจับคู่หรือรวมเป็นกลุ่มเล็กๆ เช่นการนั่งติดกันบนรถบัส เล่นไพ่ด้วยการระหว่างเดินทาง,พักห้องเดียวกัน หรือพาแฟนของทั้งคู่มาดินเนอร์ร่วมกัน นั่นคือความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนักเตะคู่นั้น หรือกลุ่มนั้น แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบถึงระดับความสัมพันธ์ในรูปแบบทีม ซึ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับ บาร์เซโลน่า ในยามนี้

อัตลักษณ์ส่วนร่วม

สิ่งแรกๆที่ทั้ง เซร์จี้ บาร์ฆวน และ ชาบี ต่างก็พูดตรงกันคือจำเป็นต้องเรียกเอาบรรยากาศที่ดีกลับคืนมา ที่ผ่านมาทีมพบแต่ความเศร้า ผิดหวัง ท้อแท้ และส่งผลกระทบปถึงแฟนๆบนอัฒจรรย์ด้วย แฟนบอลเริ่มเข้ามาชมเกมใน คัมป์ นู น้อยลงเรื่อยๆ

เมร์กาเด้ กล่าวว่า “มันสำคัญมากที่ทีมจะต้องเรียกความรู้สึกดีๆกลับมา ความรู้สึกว่าที่นี่คือสโมสรที่ดีที่สุดในโลก เช่นเดียวกับเรียกฟีลลิ่งเดิมๆของแฟนบอลที่ผูกพันกับ มอตโต้ ประจำสโมสรที่ว่า mes que un club”

ต้องพยายามทำให้ทุกคนรู้สึกภูมิใจในสโมสร ในตราสัญลักษณ์ และระบบการเล่น รวมถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์

ทุกอย่างเป็นวัตถุดิบพื้นฐานในการปรุงแต่งให้ บาร์เซโลน่า กลับคืนสู่อัตลักษณ์เดิม ซึ่ง ชาบี มีหน้าที่นำทางเหล่านักเตะผ่านทางกฏระเบียบที่นำกลับมาใช้ แนวทางการเล่นที่จะใส่ลงไปเพื่อกลับไปสู่ตัวตนที่แท้จริงของทีม

คลิกเลย >>> UFABETWINS
อ่านเพิ่มเติม >>> บ้านผลบอล

UFABETWINS “ปาร์เตย์” ซีซั่นที่สองต้องดีกว่าเดิม

ท่ามกลางกระแสผู้เล่นใหม่หลายคนของ อาร์เซน่อล ในฤดูกาลนี้ อีกหนึ่งผู้เล่นที่อยู่กับทีมมาก่อนแล้วและถูกจับตามองไม่แพ้กันคือ “โธมัส ปาร์เตย์”

ปาร์เตย์ คือ “บิ๊กเนม” ที่ อาร์เซน่อล ทุ่มทุนสร้าง 50 ล้านยูโร ฉีกสัญญาดึงตัวมาจาก แอตเลติโก มาดริด ในวันสุดท้ายของตลาดซัมเมอร์ปีก่อน

การมาของ ปาร์เตย์ สร้างความหวังให้กับแฟนบอลปืนใหญ่อย่างมากเพราะผลงานตลอดหลายปีกับ “ตราหมี” พิสูจน์คุณภาพฝีเท้าได้เป็นอย่างดี แถมอยู่ในวัยที่กำลังฉกาจฉกรรจ์เพิ่งอายุครบ 27 ปี

ทว่าฤดูกาลแรกกับ อาร์เซน่อล กลับกลายเป็นฤดูกาลที่ยากลำบากสำหรับ ปาร์เตย์ ทั้งด้วยอาการบาดเจ็บส่วนตัวและฟอร์มโดยรวมของทีม

ปาร์เตย์ ได้รับบาดเจ็บถึง 4 ช่วง ทำให้ได้ลงสนามทั้งหมดเพียง 33 นัดจากทุกรายการ นับเฉพาะพรีเมียร์ลีก เขาได้ออกสตาร์ตตัวจริง 18 นัดเท่านั้น ไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ

ย้อนไปในช่วง 5 ฤดูกาลก่อนหน้านั้นกับตราหมี ปาร์เตย์ พลาดลงสนามเพราะบาดเจ็บเพียง 5 นัด แต่ฤดูกาลแรกกับปืนใหญ่ อาการบาดเจ็บพรากกองกลางทีมชาติกานาไปจากสนามรวมกันเกินสิบนัด

ยิ่งมีอาการบาดเจ็บบ่อยครั้งยิ่งส่งผลต่อฟอร์มการเล่นเพราะขาดความต่อเนื่อง บางครั้งกลับมาลงเล่นและกำลังเรียกจังหวะที่คุ้นเคยได้อยู่แล้วก็ต้องเจ็บซ้ำไปอีก ทุกอย่างจึงชะงักไปหมด

มิเกล อาร์เตต้า เคยพูดเกี่ยวกับสภาพร่างกายของ ปาร์เตย์ เอาไว้ว่า “ปัญหาใหญ่สุดของเขาคือเรื่องความฟิต มันเป็นปัญหามานาน เขาไม่มีเวลาเตรียมตัวเล่นในเกมระดับสูง เห็นได้ชัดว่าส่งผลกระทบเนื่องจากระดับการเล่นในพรีเมียร์ลีกนั้นสูง และความฟิตคือกุญแจสำคัญ”

“เขาไม่ได้อยู่ในจุดที่สามารถแสดงคุณภาพในระดับที่เขาทำได้ จนถึงจุดนี้เขายังไม่มีความเป็นไปได้นั้น” 

“มันจึงเป็นเรื่องยากในการประเมินเพราะก่อนหน้านี้เขาพลาดการลงสนามมาหกเดือน นั่นเป็นเวลานาน “

“นอกจากนี้ เขายังต้องปรับตัวให้เข้ากับวิธีการเล่นของเราซึ่งแตกต่างจากที่เขาทำที่ แอตเลติโก มาดริด” 


เริ่มต้นไม่ดีเจ็บในช่วงปรีซีซั่นก่อนกลับมาได้ในเกมล่าสุด

เช่นเดียวกับฟอร์มโดยรวมของทีมที่สามวันดีสี่วันไข้ แม้จะมีช่วงที่ทำได้ดีบ้าง แต่ส่วนใหญ่ต่ำกว่ามาตรฐานทั้งการเล่นและผลการแข่งขันจนทำให้ มิเกล อาร์เตต้า เจอความกดดันต่อเนื่องก่อนจบฤดูกาลด้วยการพลาดตั๋วไปเล่นในถ้วยยุโรปเป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปี

ฤดูกาลแรกกับ อาร์เซน่อล ของ โธมัส ปาร์เตย์ จึงไม่ราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น

นั่นทำให้ฤดูกาลนี้ ทุกคนทั้ง อาร์เตต้า เพื่อนร่วมทีม และแฟนบอลต่างคาดหวังและหวังว่า ปาร์เตย์ จะได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องเพื่อเค้นเอาศักยภาพที่มีออกมาช่วยทีมให้ได้มากที่สุด หรืออย่างน้อยต้องมากกว่าฤดูกาลที่แล้ว

อาร์เตต้า กล่าวถึง ปาร์เตย์ กับฤดูกาลที่สองในการเล่นให้ปืนใหญ่ว่า “เขาเป็นผู้เล่นที่ต้องเป็นหนึ่งในผู้นำทีม ต้องเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางและเป็นหนึ่งในแข้งซีเนียร์ที่ต้องรับผิดชอบนำทัพผู้เล่นหนุ่มๆ เราขาดตรงนี้ไปในช่วงสำคัญที่ผ่านมา”

 “เขามีแนวคิดในการเอาชนะเพราะเขาชนะมาแล้วมากมาย และการมีนักเตะแบบนี้ในทีมก็เป็นเรื่องสำคัญสุดๆ” 

สิ่งที่ อาร์เตต้า มอง ปาร์เตย์ ไม่ใช่แค่ฝีเท้าที่ต้องโชว์ให้เห็นมากกว่าเดิมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเป็นผู้นำในทีมที่ต้องมีส่วนประคับประคองแข้งดาวรุ่งหลายคน

อาร์เซน่อล กำลังเปลี่ยนเป็นทีมแห่งอนาคตเพราะ 6 แข้งใหม่ที่ย้ายมาร่วมทีมไม่ว่าจะเป็น นูโน่ ตาวาเรส, อัลเบิร์ต แซมบี้ โลคองก้า, เบน ไวท์, อารอน แรมส์เดล, มาร์ติน โอเดการ์ด และ ทาเคฮิโระ โทมิยาสึ ล้วนอายุไม่เกิน 23 ปี

ขณะที่ก๊วนดาวรุ่งแห่งความหวังคนอื่นก็ยังอยู่กับทีมไม่ว่าจะเป็น บูคาโย่ ซาก้า, เอมิล สมิธ โรว์, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่, โฟลาริน บาโลกุน หรือกระทั่ง คีแรน เทียร์นีย์ ก็เพิ่งอายุ 24 ปีเท่านั้นเอง

นี่จึงเป็นอีกภารกิจสำคัญของ ปาร์เตย์

ในฤดูกาลใหม่นี้ ปาร์เตย์ เริ่มต้นแบบที่ทำให้แฟนบอลอดเป็นห่วงไม่ได้เพราะเขาบาดเจ็บ (อีกแล้ว) ในเกมปรีซีซั่นที่พบกับ เชลซี จนทำให้พลาดลงสนามตลอด 4 นัดแรกของฤดูกาล

กองกลางวัย 28 ปี เพิ่งเรียกความฟิตกลับมาลงเล่นได้ในเกมเฉือนชนะ นอริช ซิตี้ 1-0 ที่ลงเป็นสำรองในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้าย

แต่ในนัดแรกที่กลับมาลงสนาม ปาร์เตย์ ก็แสดงให้เห็นถึงคุณภาพทันทีกับการเป็นตัวคุมจังหวะแดนกลางที่เริ่มต้นเปิดเกมและยังคอยสกรีนเกมรุกคู่แข่งก่อนถึงแผงหลัง

โลร็องต์ อดีตแบ็กขวาชุดไร้พ่ายกล่าวถึง ปาร์เตย์ ว่า “เขาสำคัญมากๆ กับผู้เล่นคนอื่นในระบบ 4-2-3-1 ผมไม่คิดว่าระบบ 4-1-4-1 ที่ใช้ในเกมพบ บียาร์เรอัล ตอนยูโรปา ลีก (รอบตัดเชือก) จะเหมาะสมกับเขา”

“ปาร์เตย์ ทำได้ดีกว่ากับการเล่นระบบมิดฟิลด์สองคนเพราะคนที่เล่นด้วยสามารถขยับเติมเกมรุกได้มากขึ้นและยังช่วยสนับสนุนการเล่นของ สมิธ โรว์ หรือ และ โอเดการ์ด”

“เขาทำให้แบ็กโฟร์มีความสมดุลด้วยการป้องกันชั้นแรก และช่วยให้ผู้เล่นแนวรุกลงตัวขึ้นเพราะเขามีอิสราะในการลุยขึ้นข้างหน้า”

“มันสำคัญกับการที่เขาเล่นในบทบาทนี้เพื่อเค้นศักยภาพออกมาให้ได้มากที่สุด แต่เราต้องภาวนาว่าอย่าให้เขาต้องมีอาการบาดเจ็บใดๆ อีก”

สิ่งที่ โลร็องต์ และภาวนาในแบบเดียวกับแฟนบอลก็คือ อย่าให้ ปาร์เตย์ ต้องเจอกับอาการบาดเจ็บบ่อยครั้งเหมือนฤดูกาลที่แล้วเพราะเขาเชื่อมั่นว่าหากได้ลงสนามต่อเนื่อง อาร์เซน่อล จะได้ประโยชน์จากเขาอย่างมาก

นอกจากนี้ โลร็องต์ ยังได้กล่าวถึงการที่ ปาร์เตย์ ถูกนำไปเปรียบเทียบกับสองกองกลางตำนานยุคไร้พ่ายอย่าง ปาทริค วิเอร่า และ จิลแบร์โต้ ซิลวา ว่าไม่ใช่สิ่งที่เหมาะนักเพราะปัจจัยหลายอย่างไม่เหมือนกัน

“เราต้องหลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบเพราะ ปาทริค วิเอร่า คือ ปาทริค วิเอร่า และ จิลแบร์โต้ ซิลวา ก็คือ จิลแบร์โต้ ซิลวา ทั้งสองต่างเป็นผู้เล่นระดับโลก”

“เราต้องมองไปข้างหน้าและเอาใจช่วย โธมัส ปาร์เตย์ ในแบบที่เขาเป็น เขาเป็นผู้เล่นที่ต่างออกไปและอยู่ในทีมที่ต่างกัน เราไม่สามารถเปรียบเทียบ ปาร์เตย์ กับ วิเอร่า หรือ จิลแบร์โต้ ซิลวา ได้เพราะไม่ใช่วิธีถูกต้องนักในการประเมินสิ่งต่างๆ”

“ปาร์เตย์ เป็นผู้เล่นคุณภาพและเขาพิสูจน์ตัวเองให้เห็นแล้วที่ แอตเลติโก มาดริด และนับตั้งแต่ย้ายมาที่นี่ เขาก็ทำได้ดีเยี่ยม”

“เราหวังว่าเขาจะไม่เจออาการบาดเจ็บเพราะว่าผู้เล่นอย่าง ปาร์เตย์ จำเป็นต้องได้เล่นในทุกสุดสัปดาห์และทีมจะได้ประโยชน์ในสิ่งที่เขาทำในสนาม”

“เขายังมีศักยภาพอีกมากที่จะทำผลงานได้ดีขึ้นอีก ยิ่งได้ลงเล่นมากยิ่งมีโอกาสไปถึงระดับที่เราคาดหวังจากเขา”

หาก โธมัส ปาร์เตย์ สามารถหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บได้และได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแค่ผลงานของเขาที่น่าจะทำได้ดีขึ้นเท่านั้น แต่อาจรวมถึงฟอร์มการเล่นของ อาร์เซน่อล ด้วย

คลิกเลย >>> UFABETWINS
อ่านเพิ่มเติม >>> บ้านผลบอล

UFABETWINS เอ็มบัปเป้ หรือ ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง สามารถต้านทานความสนใจของ เรอัลมาดริดได้หรือไม่? แกะตำนานการถ่ายโอนล่าสุด

ในเย็นวันศุกร์ หลังจากที่ ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง เอาชนะ แบรสต์ 4-2 ในลีกเอิง

และคีเลียน เอ็มบัปเป้ทำประตูแรกของฤดูกาลในช่วงการแสดงที่ยอดเยี่ยมอีกครั้ง สตาร์ชาวฝรั่งเศสไม่ได้เดินทางไปปารีสกับทีมที่เหลือ แต่เขากลับมี บ้านผลบอล

เครื่องบินส่วนตัวรอเขาอยู่และออกไปสนุกกับวันหยุดสุดสัปดาห์ที่เมาริซิโอ โปเช็ตติโนมอบทีมให้เขา อ้อ อีกอย่าง เขาไม่ได้บินไปมาดริดด้วย

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เขากลับมาฝึกซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมด้วยรอยยิ้มพร้อมสำหรับสัปดาห์ที่ยิ่งใหญ่สำหรับสโมสร ในวันอาทิตย์นี้ ลิโอเนล เมสซี่จะ

เปิดตัวทีมชุดแรกของเขากับเปแอสเช เยือนแร็งส์ โดยมีเอ็มบัปเป้และเนย์มาร์อยู่เคียงข้าง เขาสำหรับการเริ่มต้นยุคใหม่ในปารีส หรือเขาจะ?

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมายักษ์ใหญ่จากสเปนได้เสนอเงิน 160 ล้านยูโรสำหรับสิทธิ์ในการเป็นอัจฉริยะที่เกิดในปารีสและถูกปฏิเสธอย่างรวดเร็วโดย PSG สโมสรไม่ต้องการให้เขาออกจาก

ฤดูร้อนนี้ โดยไม่คำนึงถึงเงินที่เสนอ แหล่งข่าวบอกกับอีเอสพีเอ็นว่าแม้เรอัล จะเพิ่มข้อเสนอ แต่ก็จะยังปฏิเสธจากปารีส จากนั้นในวันพุธที่ผู้อำนวยการกีฬาเปแอสเชเลโอนาร์โดกล่าวว่า

Mbappe ต้องการที่จะออกสำหรับเรอัลมาดริดหากทั้งสองสโมสรสามารถตกลงที่จะโอน
“เอ็มบัปเป้ต้องการย้ายออกไป นั่นดูเหมือนชัดเจน” เลโอนาร์โด กล่าวกับ RMC สื่อฝรั่งเศสใน

วันพุธ “ถ้าเขาต้องการจากไป เราจะไม่เก็บเขาไว้ แต่จะทำภายใต้เงื่อนไขของเรา เราได้พูดคุยกับ Kylian มามากมายและเขาก็บอกเราในสิ่งเดียวกันเสมอ: เขาสัญญากับเราเสมอว่าเขาจะไม่มีวันจากไป สโมสรแบบโอนฟรี”

แหล่งข่าวบอกกับ ESPN ว่าจะใช้ข้อเสนอประมาณ 200 ล้านยูโรเพื่อให้ PSG พิจารณายอมรับข้อตกลง ซึ่งในแง่ของการกลับมาของ Harry Kane กับท็อตแนมเหนือแมนเชสเตอร์ซิตี้ทำให้

เรื่องนี้เป็นเรื่องราวการโอนย้ายใหม่ล่าสุดและยิ่งใหญ่ที่สุดที่น่าจับตามองในช่วงวันสุดท้ายของ หน้าต่างฤดูร้อนที่คาดเดาไม่ได้มากที่สุดในหน่วยความจำล่าสุด

เป็นเรื่องที่น่าสนใจที่จะย้อนเวลากลับไปสี่ปี จนถึงเดือนสิงหาคม 2017 และดูว่าสถานการณ์ของ Mbappe นั้นแตกต่างออกไปในตอนนั้นอย่างไร หลังจากได้แสดงให้โมนาโกในฤดูกาลนั้น

โดยยิงได้ 26 ประตูจาก 44 เกม เขาต้องการเข้าร่วม PSG เพื่อให้แน่ใจว่าการเคลื่อนไหวเกิดขึ้น ครั้งแรกที่เขาแสดงความไม่พอใจด้วยการเมินเฉยที่มองเห็นได้ระหว่างถ้วยโทรฟี่เดแชมเปีย

น ซึ่งโมนาโกแพ้เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม … ให้กับ PSG จากนั้นเขาก็เริ่มเกมกับตูลูสในเกมแรกของโมนาโกในลีกเอิงฤดูกาลใหม่ ก่อนที่จะถูกกีดกันในช่วงที่เหลือของเดือนสิงหาคม จนกว่าจะตกลงกันเมื่อเวลา 18.30 น. ของวันที่ 31 ส.ค.

สิ่งนี้ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับความรู้สึกที่เราเห็นห่างไกลจากเอ็มบัปเป้ในช่วงซัมเมอร์นี้ เขาสนุกกับชีวิต ฟุตบอล และทีมของเขา เขาไม่มีปัญหากับการมาถึงของเมสซี่เช่นกัน อันที่จริง มัน

ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง เมื่อคนใกล้ชิดกับเอ็มบัปเป้ถามเขาเกี่ยวกับสตาร์บาร์เซโลน่าที่มาร่วมทีม เขาไม่สามารถซ่อนความอัศจรรย์ใจได้ “เรากำลังพูดถึงเมสซี่!” เขามักจะทำซ้ำ

เอ็มบัปเป้ยังสร้างมิตรภาพอันน่าทึ่งด้วยการเซ็นสัญญาใหม่กับเปแอสเชอัคราฟ ฮาคิมีกองหลังทั้งในและนอกสนาม พวกเขาไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่เลิกกันตั้งแต่ Hakimi เข้าร่วมเมื่อวันที่

6 กรกฎาคม พวกเขาได้สร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งขึ้นแล้วในสนาม และพวกเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ร่วมกัน ฟังเพลง เล่นวิดีโอเกม หรือเกมกระดานเมื่อไม่ได้ฝึก

อย่างไรก็ตาม นี่คือฟุตบอล และอะไรก็เกิดขึ้นได้ ความจริงที่ว่า Mbappe เหลือเวลาเพียงหนึ่งปี (อันที่จริงเพียง 10 เดือน) ในสัญญาของเขาทำให้ PSG อยู่ในตำแหน่งที่อ่อนแอ ทุกคนรู้ดีถึง

แรงดึงดูดของเรอัล มาดริดในใจของเอ็มบัปเป้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขามีความฝันที่จะสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวอันโด่งดังและเล่นที่ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ตั้งแต่เขาอายุ 11 ขวบและได้ฝึกที่นั่นครั้ง

แรกกับทีมเยาวชน โดยที่ลอส บลังโกสสนใจที่จะเซ็นสัญญากับเขาแล้ว เอ็มบัปเป้ก็ต้องการไปที่นั่น

วันหนึ่งเขาจะไปที่นั่นและเขาจะน่าทึ่งในลาลีกาเช่นเดียวกับไอดอลของเขาCristiano Ronaldoจากปี 2009 ถึงปี 2018 แต่ Mbappe จะไปเร็วที่สุดในสัปดาห์นี้หรือไม่? หรือมีโอกาสมากขึ้นในหนึ่งปี?

UFABETWINS

แหล่งข่าวยังคงยืนยันว่า PSG ไม่ต้องการปล่อยให้

เขาออกจากฤดูร้อนนี้ ทั้งสโมสร โดยเฉพาะเจ้าแห่งเอมีร์แห่งกาตาร์ยังต้องการที่จะรักษา 3 แนวรุกของเนย์มาร์, เอ็มบัปเป้ และเมสซี่ เอาไว้ แม้ว่าจะเป็นเวลาเพียงปีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาไล่ล่าแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีกครั้งแรกที่เข้าใจยาก

นอกจากนี้ยังมีความกังขาเกี่ยวกับตรรกะของการใช้จ่ายของเรอัลมาดริดเกือบ 200 ล้านยูโรในปี 2564 เมื่อเอ็มบัปเป้สามารถเข้าร่วมได้ภายในหนึ่งปีโดยไม่มีค่าธรรมเนียมการโอนจำนวน

มาก ดังนั้น PSG จึงไม่เต็มใจที่จะยืดหยุ่นในช่วงวันที่เหลือของฤดูร้อน แม้ว่าจะหมายถึงการดูเอ็มบัปเป้ออกจากการเป็นฟรีเอเย่นต์ในเดือนกรกฎาคม 2022

ในขณะนี้ เขาไม่ได้ตกลงต่อสัญญาใหม่กับสโมสร และไม่ได้ปฏิเสธข้อเสนอใหม่ใดๆ ข้อเสนอสัญญาเดิมห้าปีโดยขึ้นเงินเดือน 50 เปอร์เซ็นต์ (ซึ่งจะทำให้เขาได้รับเงินสุทธิ 30 ล้านยูโรต่อ

ปี) ยังคงอยู่บนโต๊ะหากเขาต้องการเซ็นสัญญา สโมสรน่าจะยอมรับการขยายเวลาสั้นลง เช่น สองปี ถ้านั่นคือสิ่งที่เอ็มบัปเป้ต้องการ อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มมากขึ้นที่เขาจะไม่ต่อสัญญา แม้ว่าอัล-เคไลฟีจะพยายามต่อไปก็ตาม

PSG สามารถปฏิเสธข้อเสนอที่ดีขึ้นได้จริงหรือหากเรอัลมาดริดกลับมาพร้อมกับการเสนอราคาที่แก้ไขใหม่? พวกเขาย้ำว่าจะไม่ทำธุรกิจและไม่ต้องการเงิน แม้หลังจากข้อตกลงของเมสซี่

และแม้กระทั่งการเริ่มต้นใหม่ของ Financial Fair Play หลังจากการระบาดของโคโรนาไวรัส อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวบอกกับ ESPN ว่าการเสนอราคาใหม่มูลค่า 200 ล้านยูโรอาจล่อใจลำดับชั้นของปารีสในการอนุญาตให้เขาย้ายไปสเปน

เรอัล มาดริด จะทำได้หรือไม่? พวกเขาสามารถเพิ่มข้อเสนอได้หรือไม่? ตอนนี้ บอลอยู่ในคอร์ทของ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ PSG ยังคงมีความได้เปรียบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคำพูดของเลโอนาร์

โดที่แสดงให้เห็นว่าฝ่ายของเขาต้องการจัดการเรื่องนี้ตามเงื่อนไขของพวกเขา แต่เปเรซสามารถบังคับมือนั้นได้ UFABETWINS

 

UFABETWINS ปืนใหญ่…ที่อยู่บ๊วยของตาราง

อาร์เซน่อล เปิดฤดูกาล 3 นัดด้วยผลงานแพ้รวด ยิงประตูไม่ได้ เสียรวม 9 ประตู และจมบ๊วยของตาราง เป็นการเริ่มต้นที่เลวร้ายสุดเท่าที่จะจินตนาการได้

นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 134 ปีของสโมสรที่ออกสตาร์ตด้วยการแพ้รวดตลอดสามนัดและยิงประตูคู่แข่งไม่ได้เลย

สถานการณ์ตอนนี้ใช้คำว่า “วิกฤต” ได้เลยแม้ว่ายังไม่พ้นเดือนแรกของฤดูกาลก็ตาม

“ปืนใหญ่” ของ มิเกล อาร์เตต้า เริ่มต้นด้วยการออกไปโดนน้องใหม่ เบรนท์ฟอร์ด พลิกตบในวันเปิดสนามพรีเมียร์ลีก ตามด้วยความปราชัยต่อแชมป์ยุโรป เชลซี และแชมป์พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ไม่มีใครคาดคิดว่าจะผลการแข่งขันจะออกมาย่ำแย่ขนาดนี้ และต้องจมอยู่อันดับสุดท้ายของตารางไปตลอดสองสัปดาห์ของการเบรกทีมชาติ

ที่ผ่านมา แฟนบอล อาร์เซน่อล มักถูกชวนเชื่อด้วยประโยคเดิมๆ ว่า “Trust the process” หรือ “ขอให้เชื่อมั่นในกระบวนการ” ของการสร้างทีม แต่สิ่งที่ทุกคนกำลังตั้งคำตามคือ แท้จริงแล้วกระบวนการหรือขั้นตอนสร้างทีมที่ว่านี้มันเป็นยังไงกันแน่?

“ผมไม่คิดว่าวันนี้จะเป็นวันที่เรามาพูดถึงกระบวนการ” อาร์เตต้า ว่าเอาไว้หลังเกมพ่ายยับต่อ แมนฯ ซิตี้ 0-5 ในนัดล่าสุด “เราต้องพูดถึงผลการแข่งขัน สิ่งที่เกิดขึ้นในสนาม และนั่นแหละ”

“ผมพูดเสมอว่าผมจะเป็นคนที่รับผิดชอบ ผมคิดว่าผมได้มีพิจารณาเกี่ยวกับตัวเองมากขึ้นและยอมรับคำตำหนิในทุกครั้ง แต่เฉพาะในเวลาที่เราแพ้”

“ผมยืนอยูที่นี่วันนี้และทำในสิ่งเดิมๆ แน่นอน ผมตั้งคำถามกับตัวเองและผมจะเป็นต้องพยายามต่อไป และต้องการคนที่ใช่เคียงข้างผม มองทุกการตัดสินใจที่เราทำและผมจะพยายามทำให้ดีขึ้นและเปลี่ยนแปลงให้ได้”

หากเป็นกับสโมสรอย่าง เชลซี มิเกล อาร์เตต้า จะยังอยู่ในตำแหน่งหรือไม่ คำตอบคือ ‘ไม่มีทาง’ เมื่อพิจารณาจากผลงานในฤดูกาลที่แล้วและสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นในฤดูกาลนี้


อาร์เตต้า พาทีมดิ่งเหวต่อเนื่อง

จริงอยู่ว่า อาร์เซน่อล เพิ่งลงสนามฤดูกาลใหม่เพียง 3 นัด แถมต้องเจอปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บและติดโควิด

แต่สิ่งที่ไม่สามารถหาข้อแก้ตัวได้คือ วิธีการเล่นที่แฟนบอลทุกคนเห็นคาตาในนัดล่าสุดที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม อาร์เซน่อล อ่อนหัดในทุกจุดโดยเฉพาะแนวรับหละหลวมโฉ่งฉ่าง ขณะที่แนวรุกก็ไร้พิษสง

อาร์เซน่อล ได้ครองบอลเพียง 19 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นตลอดทั้งเกมและไม่สามารถยิงบอลตรงกรอบได้เลยแม้แต่ครั้งเดียวซึ่งนับเป็นครั้งแรกในพรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2003/04 ที่มีการเก็บสถิติโดย Opta

สถิติตลอด 3 นัดแรกในฤดูกาลนี้คือ อาร์เซน่อล ได้ยิงตรงกรอบรวมกันเพียง 7 ครั้ง ขณะเดียวกันเปิดโอกาสโอกาสคู่แข่งได้ลุ้นยิงถึง 55 ครั้ง เฉลี่ยแล้วเกือบ 19 ครั้งต่อเกมซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมาก

มันเหมือนเป็นภาพสะท้อนของทีมที่ขาดคุณภาพและไร้ไอเดียอย่างสิ้นเชิง และหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเป็นความรับผิดชอบของผู้จัดการทีม

“ในเกมแบบนี้ คุณจำเป็นต้องเล่นด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง กล้าที่จะเสี่ยง แต่เราทำได้ไม่ดีพอ” ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง กล่าวหลังเกม

“เราทุกคนต้องหันหน้ามาคุยกัน มันสำคัญเพราะเราคือ อาร์เซน่อล และเราจำเป็นต้องมีความภาคภูมิใจ เราจำเป็นต้องคุย คุยอย่างเปิดอกและจริงใจ”

หลังเบรกทีมชาติกลับมา อาร์เซน่อล มี 4 นัดสำคัญรออยู่ เริ่มด้วยเจอ นอริช ทีมน้องใหม่ที่แพ้รวด 3 นัดเช่นกันแต่เป็นรองบ๊วยเพราะประตูได้-เสียดีกว่า

จากนั้นไปเยือน เบิร์นลีย์ ก่อนกลับมาเล่นในบ้านทำศึกนอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ กับ สเปอร์ส ทีมที่ผลงานตรงกันข้ามมี 9 คะแนนเต็มจาก 3 นัดแรกและไม่เสียประตูเลย ก่อนปิดท้ายไปเยือน ไบรท์ตัน ที่ เอเม็ก สเตเดี้ยม

4 เกมต่อไปนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับความผิดพลาดอีกแล้ว บอร์ดบริหารของ อาร์เซน่อล อาจให้การหนุนหลัง มิเกล อาร์เตต้า และไม่คิดเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมในเร็วๆ นี้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าความอดทนต่อกุนซือชาวสแปนิชจะเริ่มลดน้อยเรื่อยๆ หากไม่สามารถคว้าผลการแข่งขันหรือมีฟอร์มการเล่นที่ดีได้


โอเดการ์ด แข้งใหม่คนเดียวที่ลงตัวจริงนัดล่าสุด

“หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะได้ผู้เล่นตัวหลักกลับคืนมาอีกครั้ง” อาร์เตต้า กล่าว “เราเสียผู้เล่นไปหลายคนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านๆ มา”

“มันถึงเวลาจะต้องตอบสนอง ถึงเวลาที่ต้องมองตัวเองในกระจก ทุกๆ คนเลย และพยายามเปลี่ยนแปลงในทันทีเพราะเราจำเป็นเก็บคะแนนให้ได้”

การกลับมาของ โธมัส ปาร์เตย์ น่าจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งในแดนกลางให้ อาร์เซน่อล ได้  อดีตแข้ง แอตเลติโก มาดริด เตรียมลงซ้อมในสัปดาห์หน้าหลังได้รับบาดเจ็บข้อเท้าในช่วงปรีซีซั่น

เบน ไวท์ กับ กาเบรียล มากัลเญส สองแนวรับที่ถูกวางไว้เป็นตัวจริงคู่กันในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กก็น่าจะพร้อมหลังเบรกทีมชาติ และน่าจะช่วยทุเลาปัญหาในเกมรับได้ไม่มากก็น้อย

การลงสนามเป็นตัวจริงของ เซอัด โคลาซินัช หนึ่งในนักเตะที่ อาร์เซน่อล พยายามโละออกจากทีมในซัมเมอร์ก็เป็นการตอกย้ำถึงความตกต่ำของทีมได้ชัดเจนที่สุด

ขนาดนักเตะที่กำลังจะย้ายออก ยังได้ลงตัวจริงในเกมที่สำคัญที่สุดอีกเกมในฤดูกาลนี้ เป็นการตัดสินใจที่แฟนบอลต่างตั้งคำถามกับสโมสรไม่ต่างจากอีกหลายเรื่องที่ผ่านมา

อาร์เซน่อล ใช้เงินซื้อนักเตะรวมกันมากถึง 130 ล้านปอนด์ มากสุดในอังกฤษ แต่มีเพียง มาร์ติน โอเดการ์ด คนเดียวที่ได้ลงตัวจริงในเกมล่าสุด

อารอน แรมส์เดล, อัลเบิร์ต แซมบี้ โลคองก้า และ นูโน่ ตาวาเรส ต่างเป็นสำรองไม่ถูกส่งลงสนาม ขณะที่ เบน ไวท์ พลาดลงเล่นเพราะป่วยโควิด

ด้วยการที่ทีมต้องการทำผลงานให้ดีขึ้นกว่า 2 ฤดูกาลหลังสุดที่จบเพียงอันดับ 8 ของตาราง แต่ทำไมพวกเขาถึงใช้เงินมากขนาดนี้เพื่อแลกกับนักเตะที่ยังไม่พร้อมลงสนามและไม่สามารถยกระดับทีมได้ในทันที

ขณะเดียวกัน หลายคนก็ไม่เข้าใจในการปล่อยตัว วิลเลี่ยน ซาลีบา กองหลังดาวรุ่งที่ได้รับการยอมรับว่ามีพรสวรรค์ ออกไปเล่นให้ทีมอื่นด้วยสัญญายืมตัวเป็นรอบที่ 3 ในขณะที่ ปาโบล มารี, คาลั่ม แชมเบอร์ส, ร็อบ โฮลดิ้ง หรือกระทั่ง โคลาซินัช ยังอยู่ในทีมตอนนี้

มีหลายสิ่งหลายอย่างที่การตัดสินใจของ อาร์เซน่อล ก่อให้เกิดคำถามขึ้นในตอนนี้ซึ่งรวมถึงสถานการณ์ของ กรานิต ชาคา ที่ช่วงซัมเมอร์เกือบได้ย้ายทีมออกไปอยู่แล้ว

ชาคา ควรต้องเป็นนักเตะของ โรม่า ไปแล้วหากทีมดังแห่งเซเรีย อา ยอมจ่ายค่าตัวตามที่ อาร์เซน่อล ต้องการ ตัวนักเตะต้องการย้าย และ อาร์เตต้า ก็เปิดทาง

ทว่าความจริงคือ ชาคา ยังอยู่กับสโมสร และไม่เพียงแค่นั้นเขายังทำหน้าที่กัปตันทีมในช่วงที่ โอบาเมย็อง ไม่ได้อยู่ในสนามและได้รับการขยายสัญญาเพิ่มอีกด้วย


โอบาเมย็อง กระตุ้นทุกคนหันหน้ามาคุยกัน

การได้ใบแดงในเกมพ่ายต่อเรือใบสีฟ้าไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นครั้งที่ 4 เข้าให้แล้วนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีม และแน่อนว่าแต่ละครั้งสร้างความเสียหายต่อทีมอย่างมาก

บางคนอาจโต้แย้งได้ว่าใบแดงของกัปตันทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์โหดร้ายเกินไปหรือไม่ แต่ความจริงคือการเข้าบอลสะเพราะแบบนั้นบีบให้ผู้ตัดสินใจต้องตัดสินใจอยู่แล้ว และเขาเองก็ควรรู้ก่อนใครเพื่อนว่าต้องเล่นด้วยความระวังในการเจอทีมที่แกร่งกว่าอย่าง แมนฯ ซิตี้

อาร์เตต้า มีโอกาสที่ดีในการปรับเปลี่ยนแดนกลางใหม่ให้ โธมัส ปาร์เตย์ ได้จับคู่กับคนอื่นในระยะยาว แต่กลายเป็นตอนนี้ได้จับ กรานิต ชาคา ต่อสัญญาออกไปทั้งที่รู้เต็มอกว่าปัญหาเดิมๆ ในสไตล์การเล่นที่นำไปสู่ใบเหลือง-ใบแดงได้ง่าย คงเกิดอีกไม่ช้าก็เร็วเหมือนเช่นหลายปีที่ผ่านมา

การอยู่ต่อของ กรานิต ชาคา จึงเหมือนเป็นบทสรุปความเป็นไปภายในรั้วเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ที่ยากต่อการเข้าใจ หรืออันที่จริง คนที่มีส่วนในการตัดสินใจอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ!

คลิกเลย >>> https://www.ufabetwins.com/
อ่านเพิ่มเติม >>> บ้านผลบอล

UFABETWINS ฮิตและพลาดในพรีเมียร์ลีก: แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดจะล้มเหลวในการชนะที่เซาแธมป์ตัน

ในสิ่งที่คาดว่าจะเป็นการต่อสู้ 4 ทางที่แน่นแฟ้น

เพื่อคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไม่สามารถปล่อยให้โอกาสเช่นนี้หลุดลอยไปได้ บวก: ท็อตแนมต้องการการแสดงเพื่อติดตามการเริ่มต้นการบินของพวกเขา

มันเป็นเรื่องที่เล่าขานกันหลายครั้งก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการวิ่งแบบไร้พ่ายของแมนฯ ยูไนเต็ดบนท้องถนน บ้านผลบอล

เสมอ 1-1 ทำให้ทีมของ Ole Gunnar Solskjaer ทำสถิติไม่แพ้ใครในพรีเมียร์ลีกถึง 27 เกม โดยทีม Invincibles ของ Arsenal ตั้งเป้าไว้ แต่ก็เหมือนกับเกมเยือนหลายๆ เกมในฤดูกาลที่แล้ว พวกเขาต้อง

ทำอย่างยากลำบากหลังจากที่เฟร็ดทำประตูให้เซาแธมป์ตัน นำในครึ่งแรกใช่ United ได้พิสูจน์มาแล้วหลายครั้งก่อนหน้านี้ว่าพวกเขา

มีความสามารถที่จะกลับมาและชนะเกมได้ แต่นั่นพิสูจน์ให้เห็นถึงขั้นตอนที่ไกลเกินไปในครั้งนี้เนื่องจากเซาแธมป์ตันทำแต้มแรกของฤดูกาลใหม่ได้

ยูไนเต็ดมีโอกาสและช่วงเวลาของพวกเขาที่จะชนะเกม พวกเขาอยู่อันดับต้น ๆ ใน 20 นาทีแรก แต่ล้มเหลวในการเสี่ยงก่อนที่การจู่โจมของ Che Adams จะเบี่ยงเบนความสนใจจาก Fred และผ่าน David de Gea

และเมื่อพวกเขาทำเสมอกันผ่าน Mason Greenwood พวกเขาก็อยู่ในตำแหน่งอย่าง Greenwood, Paul Pogba และ Bruno Fernandes ปฏิเสธโอกาสที่จะชนะเกมในขณะที่ Jadon Sancho ตัวสำรองล้มเหลวใน

การเข้าสู่เกมใน 31 นาทีหรือดังนั้นเขาอยู่ในเกม สนามและ Solskjaer หยิบขึ้นมา
“สำหรับการสะกดมีฉันคิดว่าเราสามารถตัดพวกเขาเปิดนิด ๆ หน่อย ๆ” เขาบอกกับสกาย

สปอร์ต “เรามีการเจาะเกราะไม่เพียงพอ เราขาดการวิ่งตามหลังและภัยคุกคามที่อยู่ข้างหลังพวกเขา ซึ่งจะสร้างพื้นที่สำหรับปอล (ป็อกบา) และบรูโน่ (เฟอร์นันเดส) ตรงกลาง ดังนั้นเราจะทำงานในสนามฝึกซ้อม และได้รับที่เรียงลำดับ

ในขณะที่แต้มที่เซาแธมป์ตันไม่ใช่หายนะสำหรับยูไนเต็ดในช่วงเริ่มต้นของฤดูกาลนี้ Solskjaer ต้องการให้ผู้เล่นของเขาเร่งความเร็วร่างกายและแทคติกอย่างเต็มที่เนื่องจากพวกเขาไม่ต้องการปล่อยให้เล่นเร็วเกินไป เพื่อลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้

คนของ Solskjaer อยู่ในตำแหน่งโพลเพื่อผลักดันสู่ชัยชนะหลังจากเป้าหมายของ Greenwood แต่การขาดความล้ำหน้าต่อหน้าเป้าหมายทำให้โมเมนตัมลื่นไถล

และในการแข่งขันชิงแชมป์พรีเมียร์ลีกที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี อาจมีสี่ทีมที่ร่วมแข่งขันกัน ยูไนเต็ดไม่สามารถปล่อยให้โอกาสแบบนี้ผ่านไปได้
โอลิเวอร์ ยิว
เราเคยมาที่นี่มาก่อนกับท็อตแนม เริ่มต้นฤดูกาลได้ดีโดยไม่ได้เล่นอย่างน่าอัศจรรย์

พวกเขาเสี่ยงโชคในครึ่งชั่วโมงแรกกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนที่จะพัฒนาเพื่อเอาชนะพวกเขาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และในวันอาทิตย์นั้นพวกเขาใช้เวลาส่วนใหญ่เดินทางไปโมลินิวซ์โดยหันหลังให้กำแพง

สเปอร์สเจอทีมวูล์ฟส์ที่ทานอาหารเย็นไม่เสร็จ ถ้าได้ เจ้าภาพคงชนะสบายๆ

มีท็อตแนมของมูรินโญ่เป็นอย่างน้อยจากเกมนี้เนื่องจากสเปอร์สมองที่จะนั่งลึกและกระชับโดยไม่มีลูกบอล แต่พยายามที่จะสร้างมันขึ้นมาและรู้สึกขอบคุณกับการตัดสินใจจุดโทษในช่วงต้นที่น่าสงสัยที่พวกเขานำไปสู่การยึดมั่น

“เมื่อคุณไม่สามารถทำอะไรได้มากมาย ให้ทุ่มตัวเองอยู่หน้าลูกบอล” นูโน่ เอสปิริโต ซานตู อธิบายลักษณะการเล่นของทีมของเขา และสเปอร์สก็คุมกล่อง 18 หลาได้ดีตั้งแต่นาทีแรกจนถึงนาทีสุดท้าย แต่นั่นจะไม่เพียงพอในระยะยาว

ท็อตแนมจะต้องปรับปรุงก่อนที่ผลลัพธ์จะเริ่มตามพวกเขา สิ่งนี้สามารถพิสูจน์ฤดูกาลเปลี่ยนผ่านอีกครั้งภายใต้ผู้จัดการคนที่สามในเวลา

น้อยกว่าสองปี แต่ถ้าสเปอร์สใช้เวลาอีกหนึ่งปีในการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดงานของพวกเขาที่จะกลับไปสู่จุดสูงสุดนั้นยากขึ้น และนั่นก็ไม่พูดถึงอนาคตของแฮร์รี่ เคน

กองหน้าตัวเป้ารายนี้กลายเป็นหัวหน้าทีมผู้สร้างของพวกเขาเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยเป็นตำแหน่งสูงสุดในแอสซิสต์ของดิวิชั่น และมันจะเป็นมากกว่าเป้าหมายของเขาที่พวกเขาจะพลาดถ้าเขาไม่ไป

ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด Nuno ยาวเกินไปที่จะพิจารณาพยายามเอาตัวรอดจากการแข่งขันในลักษณะนั้นทุกสัปดาห์ เพราะสเปอร์สจะเล่นอยู่หัวตารางได้ไม่นาน
โอลิเวอร์ ยิว
“เห็นได้ชัดว่าทั่วทั้งยุโรปกำลังเผชิญกับตลาดซื้อขายที่ยากลำบากอันเนื่องมาจากผลกระทบของโรคระบาด”

นั่นคือคำพูดของสแตนและจอช โครเอนเก้ในบันทึกโปรแกรมของอาร์เซนอลเมื่อวันอาทิตย์ หากพวกเขาอนุมานว่าตลาดพองตัว มีหลักฐานชัดเจนว่าในสนาม

The Gunners พ่ายแพ้โดยการเซ็นสัญญากับสโมสรของ Chelsea ที่ Emirates ซึ่งเป็นชายที่พวกเขาขายในราคาหนึ่งในสามของราคาเมื่อเจ็ดปีก่อนและ Arsenal เองก็ใช้เงินไปมากกว่าสโมสรอื่นในฤดูร้อนนี้ แม้ว่าจะมีผู้เล่นห้าคน

ผู้รักษาประตูสำรองคนใหม่ของพวกเขา ราคา 24 ล้านปอนด์ อยู่บนม้านั่งสำรอง

โรเมลู ลูกากูดูใกล้เคียงกับการรับประกันเท่าที่คุณจะจ่ายได้เกือบ 100 ล้านปอนด์ แต่น่าเสียดายสำหรับอาร์เซนอล พวกเขาต้องใช้เงินหลายสิบล้านเพื่อสร้างศักยภาพในการสร้างใหม่ หรืออย่างที่ Arteta บอก

พวกเขาสามารถบีบสิ่งที่พวกเขามีได้มากขึ้น เมื่อถูกถามว่าจะเลือกทีมเยือนแมนฯ ซิตี้ อย่างไรในสัปดาห์หน้า เขากล่าวว่า “พยายามให้ความมั่นใจและเครื่องมือกับพวกเขา และเชื่อว่าฟุตบอลเปลี่ยนแปลงเร็วมาก

UFABETWINS

ฉันไม่อยากเห็นใครรู้สึกเสียใจต่อตัวเองหรือเพื่อตัวเอง ทีมเพราะนั่นจะไม่ช่วยเรา “

อาร์เตต้าต้องการให้พืชผลในปัจจุบันของเขาทำงานหนักขึ้นเพื่อเขา คำพูดของเขาในตอนนี้คือความหลงใหล แต่ในอีก 20 เดือนข้างหน้า สิ่งที่ตรงกันข้ามอาจเป็นความจริงเช่นกัน

การสร้างใหม่นี้ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่เนื่องจากแฟน ๆ อาร์เซนอลกำลังติดตามสัญญาณความคืบหน้าสั้น ๆ คุณสงสัยว่าการเป็นหุ้นส่วนจะประสบความสำเร็จหรือไม่ไม่ว่าจะมีเงินมากแค่ไหนก็ตาม
แบรนด์เจอราร์ด
ฤดูกาลที่แล้ว มีเพียง 4 ทีมสุดท้ายในพรีเมียร์ลีกที่ทำประตูได้น้อยกว่าวูล์ฟส์ เป็นที่ยอมรับว่าพวกเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในฤดูกาลนี้โดยไม่มีราอูล

ฆิเมเนซกองหน้าตัวหลัก และยังมีอาการบาดเจ็บอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก แต่การขาดประตูน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการออกจากทีมช่วงซัมเมอร์ของนูโน่ เอสปิริโต ซานโต

กรอไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วสามเดือนและ Nuno ดูจากทัชไลน์ – ในอีกด้านหนึ่ง – ขณะที่ Wolves พยายามดิ้นรนอีกครั้งกับการขาดผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายแบบเดียวกัน แต่ตอนนี้ มันเป็นปัญหาของบรูโน่ ลาจที่ต้องแก้ไข

สำหรับเกมส่วนใหญ่ – หยุดคาถาสิบนาทีในตอนเริ่มต้นและสิ้นสุด – วูล์ฟส์นั้นยอดเยี่ยมมาก มีการผ่านอย่างลื่นไหลและไหลพุ่งจาก Adama Traore ลงมาตามปีกซึ่งไล่ Japhet Tanganga และ Davinson Sanchez ไปทุกทาง แม้แต่คอนเนอร์ โคอาดี้ เซ็นเตอร์แบ็คก็ยังพุ่งไปข้างหน้าอย่างงดงาม

อย่างไรก็ตาม การขาดคุณภาพขั้นสุดท้ายนั้นเป็นความหายนะของวูล์ฟส์เป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน ฆิเมเนซม้วนตัวข้ามคาน มาร์กัลทำเช่นเดียวกันกับโหม่ง

ขณะที่ตราโอเร่เห็นโอกาสที่ดีที่สุดที่ขาของ Hugo Lloris เซฟไว้ได้ วูล์ฟส์ทำผลงานได้อย่างเหลือเชื่อ 25 ครั้งในวันอาทิตย์ โดยเพิ่มเป็น 17 ครั้งในเกมกับเลสเตอร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ประตูจาก 42 ช็อตนั้น? ศูนย์.

“ผมไม่มีความสุขกับผลการแข่งขัน แต่มั่นใจเกี่ยวกับงานที่เราทำและแนวทางการเล่นของเรา อนาคตจะดี” ลาจกล่าวกับSky Sportsหลังเกม “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือวิธีที่เราสร้างโอกาส และเป้าหมายจะมาถึง… ฉันมั่นใจในกระบวนการของเรา”

เป็นปัญหาที่เลจต้องจัดการในเร็วๆ นี้ โดยเหลืออีกเก้าวันในตลาดการโอนเช่นกัน ทุกอย่างอยู่ที่นั่นเพื่อให้ Wolves ประสบความสำเร็จและผลักดันให้ยุโรปอีกครั้ง แต่พวกเขาต้องเริ่มทำประตูไม่เช่นนั้นอาจเป็นฤดูกาลที่ยาวนาน https://www.ufabetwins.com/

UFABETWINS ฟุตบอลอาจไม่กลับบ้านหากแฟนไว้ใจไม่ได้

UFABETWINS ความทรงจำของอังกฤษในรอบชิงชนะเลิศนัดแรกในรอบ 55 ปีถูกทำให้มัวหมองโดยผู้คนที่เห็นแก่ตัวเกินกว่าจะเห็นว่าพวกเขาจะหยุดโอกาสที่จะกลับบ้านอีกครั้ง

UFABETWINS เราเป็น Marcus Rashford ที่หลุดพ้นจากความรุ่งโรจน์ นั่นคือสิ่งที่ประวัติศาสตร์จะบอกเราในที่สุดเกี่ยวกับยูโร 2020 ‘มันเป็นฤดูร้อนที่ฟุตบอลใกล้จะกลับบ้านแล้ว’ ผู้บรรยายของเรื่องราวอันยิ่งใหญ่

ของเวทมนตร์และความสุข จากนั้นความคุ้นเคยและความเจ็บปวดจะถอนหายใจแน่นอนว่านั่นไม่เป็นความจริงเลย Rashford ไม่ได้เตะชี้ขาด นักเตะวัย 23 ปีเพิ่งลงสนามเพื่อยิงจุดโทษในดวลกับอิตาลีโดยเฉพาะ แต่ช่วงเวลา

ของเขาคือการรวมทีม ไม่ใช่การเฉลิมฉลอง ถ้าเขาวางลูกยิงของเขาให้ห่างจากเสาอีกหนึ่งนิ้ว อังกฤษคงจะสร้างผลงานที่ดีของ Jordan Pickford ในการปฏิเสธ Andrea Belotti แต่ก็ยังมีงานต้องทำเพื่อเปลี่ยนความฝันเหล่านั้น

ให้กลายเป็นความจริงฟุตบอลอังกฤษมีความต้องการที่สิ้นหวังและไม่ดีต่อสุขภาพในการระบุว่าสิ่งใดถูกและผิด และต้องเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ การพลาดของ Rashford พลิกกระแส ไม่เพียงแต่ทำลายโมเมนตัมเท่านั้น

UFABETWINS

แต่ยังมอบมันบนจานให้กับ Azzurri ที่คว้ามันไว้แน่นและไม่ปล่อยมือ ในขณะที่เรื่องราวนี้ได้รับการเล่าขานและเล่าขานกันในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งถูกทำให้เป็นอมตะในสไตล์ของอิตาลี ’90 และยูโร ’96 ช่วงเวลาของแรชฟอร์ด

จะโดดเดี่ยวเมื่อทุกอย่างเปลี่ยนไป แม้แต่คนที่เร่ขายการเล่าเรื่องนั้นก็จะไม่โทษเขา แต่มันง่ายมากที่จะจดจ่อกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้หากเขาทำคะแนนจนกลายเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นผีบ้า. ประวัติศาสตร์. เมาแล้วขี้เมาเยอะมากตอนตี 3

มันกำลังรออยู่ ความยิ่งใหญ่รออยู่แต่มันไม่ควรจะเป็น พิคฟอร์ดเซฟได้อีกครั้งจากจอร์จินโญ่ แต่จาดอน ซานโช และบูกาโย ซาก้า ต่างก็เห็นว่าจานลุยจิ ดอนนารุมม่าบล็อกลูกเตะของพวกเขาสิ่งที่เกิดขึ้นจริงต่อไปและอีกนานก่อนที่มัน

เวมบลีย์เป็นเจ้าภาพนัดชิงชนะเลิศที่สำคัญและอังกฤษอยู่ในนั้น มันเป็นเรื่องของความฝันและตำนาน นี่คือเจเนอเรชันของ 1966

จะวาดภาพประเทศอังกฤษที่ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่ทีม และถึงกับประณามมันจุดเริ่มต้นอยู่ที่จุดสิ้นสุด เมื่อแรชฟอร์ด, ซานโช และซาก้าพิสูจน์ตัวเองและเพื่อนร่วมทีมว่าถูกต้อง หลังจากคุกเข่าอยู่หนึ่งเดือนเพื่อแสดงการสนับสนุน

การต่อสู้กับการเหยียดเชื้อชาติและถูกโห่โดยแฟน ๆ ของพวกเขาในตอนท้ายพวกเขาแสดงให้เห็นว่าเหตุใดจึงจำเป็นอย่างยิ่งภาพจิตรกรรมฝาผนังของ Marcus Rashfordพวกเขารู้ว่ามันกำลังจะมาและนั่นคือสิ่งที่น่าเศร้าที่สุด

ทั้งสามคนถูกล่วงละเมิดอย่างเลวทรามบนโซเชียลมีเดียหลังจบเกม ในขณะนั้น ภาพลวงตาก็แตกสลาย: ประเทศได้มารวมตัวกันเพื่อสนับสนุนทีมโดยขับเคลื่อนด้วยความพยายามและพลังงานที่ Gareth Southgate

และผู้เล่นของเขาหลั่งออกมา แต่สำหรับบางคนความปรารถนาดีก็ใช้ได้จนกว่าผู้เล่นผิวดำจะ ‘ทำให้พวกเขาผิดหวัง’ . แล้วมันก็กลับมากล่าวหาและโจมตีพวกเขา ในขณะที่พวกเขาทั้งหมดยืนอย่างสงบและชี้ประเด็นก่อนเกม

การกระทำของพวกเขาถูกประณามและเย้ยหยัน แม้กระทั่งจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลที่พยายามย้อนรอยด้วยความตกใจเมื่อไก่กลับมาบ้านแรชฟอร์ดกลายเป็นศูนย์กลางอีกครั้ง กลุ่มนักวิจารณ์การเมืองที่น่าสะอิดสะเอียนซึ่ง

เคยวิพากษ์วิจารณ์และไม่แสดงความสนใจในทีมก่อนที่พวกเขาสัมผัสโอกาสที่จะเรียกร้องความรุ่งโรจน์ของพวกเขา มองเห็นโอกาสอีกครั้ง ภายในไม่กี่นาทีหลังเกมแพ้ พวกเขาทำแต้มได้อย่างมีความสุขด้วยสำนวนโวหาร ‘ติดฟุตบอล’

โดยอ้างอิงถึงภารกิจคนเดียวของกองหน้าในการเลี้ยงเด็กที่หิวโหยของบริเตนใหญ่ จิตรกรรมฝาผนังของเขาซึ่งเปิดเผยออกมาเป็นการตอบโต้โดยตรงต่อการดำเนินการด้านมนุษยธรรมอันยอดเยี่ยมดังกล่าว ถูกทำให้เสียโฉมด้วยอุปกรณ์

เหยียดผิว อีกครั้งที่ผู้คนรวมตัวกัน กราฟฟิตี้ถูกปกปิดด้วยข้อความสนับสนุนที่อบอุ่นใจมากกว่าที่เคยพบทั้ง Sancho และ Saka ภายหลังแต่ความเป็นจริงที่เยือกเย็นและโหดร้ายคืออังกฤษไม่สามารถอยู่อย่างปฏิเสธได้อีกต่อไป

ไม่ใช่ครั้งแรกที่โลกกำลังเฝ้าดู สิ่งเลวร้ายที่สุดก็ส่องผ่านซึ่งได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยด้วยความตื่นเต้นก่อนเกมและกระแสแห่งความตื่นเต้นที่ทำให้ทุกอย่างหยุดนิ่ง ทั้งที่ไม่เคยมีมาก่อนเมื่อ 55 ปีก่อน แต่สำหรับหลายพันมันก็พังทลาย

ความบอบช้ำที่ได้เห็นเวมบลีย์เจาะโดยผู้คนโดยไม่มีตั๋ว ถนนถูกทำลาย แฟนๆ ผู้บริสุทธิ์และพลเมืองที่ติดอยู่กับไฟแห่งความบ้าคลั่งเนื่องจากกฎหมายและสามัญสำนึกถูกกันไว้ มีพลังมากกว่าผลลัพธ์ที่ดีใดๆ ที่จะเกิดขึ้น

โดยทั่วไปแล้ว ฟุตบอลใช้เวลาหลายปีในการพยายามทำความสะอาดการกระทำและภาพลักษณ์ ทำให้ตัวเองปลอดภัย เข้าถึงได้ และยอมรับได้สำหรับทุกคน แต่เมื่อมีความสำคัญที่สุด มันก็กลับไปเป็นนิสัยเดิมๆ อารมณ์นั้นขมขื่น

น่ากลัว และเป็นจุดสูงสุดของการที่สังคมปฏิเสธที่จะลงโทษพฤติกรรมที่ไม่ดีจากบนลงล่างได้เสริมอำนาจให้กับระบบความเชื่อชาตินิยมที่พร้อมทำสงครามในท้ายที่สุด ไม่ใช่แรชฟอร์ด ซานโช่ หรือซาก้า ที่ทำให้อังกฤษเป็นค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 50 ปี ความหัวไม้ที่มีกระโปรง which

เชลซีหันความสนใจไปยังสองข้อตกลงกับไรซ์, ฮาแลนด์ ‘จนตรอกเออร์ลิง ฮาแลนด์ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เชลซี

เชลซีกำลังมองหาอีก 2 ข้อตกลงในช่วงซัมเมอร์นี้ เนื่องจากความสนใจใน Declan Rice และ Erling Haaland ดูเหมือนจะถึงจุดจบตามรายงาน

ดูเหมือนว่าเดอะบลูส์จะมุ่งมั่นสร้างคุณภาพในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยโธมัส ทูเคิ่ลกระตือรือร้นที่จะเซ็นสัญญากับมิดฟิลด์และกองหน้า

UFABETWINS

ผู้ทำประตูมีความสำคัญเป็นพิเศษกับติโม แวร์เนอร์ แม้จะเล่นได้ดีบ้าง แต่ก็ไม่สามารถทำสถิติสูงสุดเท่าที่เขาทำได้ที่ RB ไลป์ซิก

หมายเลขเสื้อฟรีของแต่ละสโมสรและใครที่สามารถสืบทอดได้ชื่อหนึ่งที่พวกเขาตกเป็นข่าวอย่างต่อเนื่องในช่วงซัมเมอร์นี้คือ ฮาแลนด์ กองหน้าดอร์ทมุนด์ ซึ่งยิงไป 57 ประตูจาก 59 นัดให้กับบุนเดสลีกา

มีข่าวลือว่าทูเคิ่ลต้องการให้เชลซีเซ็นสัญญากับทีมชาตินอร์เวย์ ‘ทันที’ ในขณะที่มีรายงานว่าเดอะบลูส์ยื่นข้อเสนอนักเตะบวกเงินสดไปยังดอร์ทมุนด์เพื่อพยายามเกลี้ยกล่อมให้พวกเขาขายในช่วงซัมเมอร์นี้

เชลซีรู้ดีว่าหากพวกเขาไม่เซ็นสัญญากับเขาในช่วงสองตลาดซื้อขายถัดไป ฮาแลนด์ก็จะพร้อมสำหรับค่าตัว 70 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์หน้าเนื่องจากค่าฉีกสัญญาในสัญญาของเขาแอธเลติกอ้างว่าตำแหน่งของดอร์ทมุนด์ไม่เปลี่ยนแปลงในฮาลันด์ โดยกองหลังชาวเยอรมันปฏิเสธที่จะขายนักเตะในช่วงซัมเมอร์นี้

ความสนใจจากเชลซีในฮาแลนด์ ‘แข็งแกร่งมากและไม่ลดน้อยลง’ แต่มีที่เข้าใจกันว่า ‘ไม่มีความจริง’ ในรายงานที่เดอะบลูส์เสนอผู้เล่นให้กับดอร์ทมุนด์เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการย้ายทีม

ข้อตกลงสำหรับไรซ์มิดฟิลด์ของฮาแลนด์และเวสต์แฮมได้รับการกล่าวขานว่า ‘หยุดชะงัก’ ไรซ์ ‘ไม่ได้หมดหวังที่จะย้ายกลับไปเชลซี’ แต่เขา ‘จะต้องเสียค่าใช้จ่ายมหาศาล’ ถ้าทูเคิ่ลย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

เชลซีรู้ดีว่าเวสต์แฮมให้คุณค่าแก่ทีมชาติอังกฤษที่ 100 ล้านปอนด์ ไม่ได้แม้แต่พยายามเริ่มต้นการเจรจา แต่อาจรวมเอาแทมมี่ อับราฮัมเข้าไปด้วยก็ได้

ด้วยการถ่ายโอนสำหรับ Haaland และ Rice ที่ไม่น่าเป็นไปได้ในช่วงซัมเมอร์นี้ มี ‘ความเป็นไปได้ที่ Chelsea จะไปตามเส้นทางที่ถูกกว่า’ เนื่องจากพวกเขาต้องการเซ็นสัญญากับกองหน้า

กองหน้าเซาแธมป์ตัน แดนนี่ อิงส์ อาจพร้อมสำหรับการขายในช่วงซัมเมอร์นี้โดยเหลือสัญญาเพียงปีเดียวของเขาที่เซนต์ แมรี่ส์และเชลซี ‘อาจถูกล่อลวงให้มองไปในทิศทางของเขาหากไม่มีอะไรเป็นรูปเป็นร่าง’

และชาวลอนดอนตะวันตกกำลัง ‘พิจารณาอย่างจริงจังในการซื้อ Aurelien Tchouameni วัย 21 ปีที่ได้รับการจัดอันดับสูงของโมนาโกแทน’ ของ Rice เนื่องจากเขา ‘จะมีค่าใช้จ่ายน้อยลงอย่างมาก’

อ่านข่าวอื่นๆที่ >>> UFABETWINS
หน้าแรก >>> บ้านผลบอล